<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss" xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#" xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/"
	>

<channel>
	<title>PARSLEY.. IndyBlog</title>
	<atom:link href="http://parsleyblog.wordpress.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://parsleyblog.wordpress.com</link>
	<description>บล๊อกแนวอินดี้ อิสระทางความคิด ที่ที่นำเสนอทุกเรื่องที่เรารู้ ... และอยากรู้ ... ค้นหาในสิ่งที่เราสนใจ และบอกเล่าทุกเรื่องราวที่เราประทับใจ ... ที่สำคัญไม่เป็นพิษเป็นภัยต่อสังคม ... เด็กอ่านได้ ผู้ใหญ่อ่านดี..This blog is built on the various topics of my own passions,experiences,and knowledge. Don't believe it? Just keep reading!</description>
	<lastBuildDate>Sun, 15 Mar 2009 12:44:49 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.com/</generator>
<cloud domain='parsleyblog.wordpress.com' port='80' path='/?rsscloud=notify' registerProcedure='' protocol='http-post' />
<image>
		<url>http://s2.wp.com/i/buttonw-com.png</url>
		<title>PARSLEY.. IndyBlog</title>
		<link>http://parsleyblog.wordpress.com</link>
	</image>
	<atom:link rel="search" type="application/opensearchdescription+xml" href="http://parsleyblog.wordpress.com/osd.xml" title="PARSLEY.. IndyBlog" />
	<atom:link rel='hub' href='http://parsleyblog.wordpress.com/?pushpress=hub'/>
		<item>
		<title>Ergonomics Tips เคล็ดลับป้องกัน โรคจากคอมพิวเตอร์</title>
		<link>http://parsleyblog.wordpress.com/2009/03/15/ergonomics-tips-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%88%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://parsleyblog.wordpress.com/2009/03/15/ergonomics-tips-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%88%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 15 Mar 2009 12:18:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>parsley</dc:creator>
				<category><![CDATA[Health]]></category>
		<category><![CDATA[คอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม]]></category>
		<category><![CDATA[ซีวีเอส]]></category>
		<category><![CDATA[เคล็ดลับ]]></category>
		<category><![CDATA[โรค]]></category>
		<category><![CDATA[Ergonomics]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://parsleyblog.wordpress.com/?p=123</guid>
		<description><![CDATA[หลายคนคงเคยเกิดอาการเจ็บป่วย จากการนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ ในลักษณะอาการของ &#8220;โรคซีวีเอส&#8221; หรือ&#8221;คอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม&#8221; คือมีอาการปวดที่กระดูกข้อมือ เจ็บปวดกล้ามเนื้อ หรือมักมีอาการปวดตา แสบตา ตามัว หากใช้สายตาจ้องหน้าจอนาน ๆ และบ่อยครั้ง ที่จะมีอาการปวดหัวร่วมด้วย ซึ่งขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการนั่งทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ของแต่ละคน และการติดตั้ง จัดวาง คีย์บอร์ด จอมอนิเตอร์ เม้าส์ เก้าอี้ ตลอดจนการปรับระดับแสง ที่ไม่เหมาะสม ล้วนเป็นสาเหตุที่ส่งผลให้เราเกิดอาการอย่างที่กล่าวมาด้านบนค่ะ วิธีแก้ไขคือ เราควรปรับสภาพแวดล้อมของโต๊ะทำงานของเราตั้งแต่ เก้าอี้ เครื่องมือเครื่องใช้ ตลอดจนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ให้เหมาะสมกับร่างกายของเรา ซึ่งวิธีนี้เป็นการปรับแต่งตามศาสตร์ Ergonomics ค่ะ แล้ว Ergonomics คืออะไร?/ คำตอบ.. Ergonomics คือศาสตร์ที่ศึกษาเกี่ยวกับการใช้งานเครื่องกลต่าง ๆ เพื่อลดปัญหาจากการใช้งานเครื่องใช้เหล่านี้ ศาสตร์ด้านนี้ก็เกี่ยวข้องกับการปรับแต่งสภาพแวดล้อม ให้เหมาะสมกับร่างกายของเรา ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้ง และวิธีการใช้งานของคีย์บอร์ด จอมอนิเตอร์ เม้าส์ เก้าอี้ การปรับระดับแสง เพื่อลดปัญหาที่อาจเกิดเมื่อเข้าใช้คอมพิวเตอร์นาน ๆ เราจะปรับแต่งสภาพแวดล้อมกันอย่างไรให้เหมาะสม? คำตอบ.. อันดับแรก มาเริ่มกันที่ 1. คีย์บอร์ด [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=parsleyblog.wordpress.com&amp;blog=5816391&amp;post=123&amp;subd=parsleyblog&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://parsleyblog.files.wordpress.com/2009/03/ergo1.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-125" title="ergo1" src="http://parsleyblog.files.wordpress.com/2009/03/ergo1.jpg?w=550&#038;h=340" alt="ergo1" width="550" height="340" /></a>หลายคนคงเคยเกิดอาการเจ็บป่วย จากการนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ ในลักษณะอาการของ &#8220;โรคซีวีเอส&#8221; หรือ&#8221;คอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม&#8221; คือมีอาการปวดที่กระดูกข้อมือ เจ็บปวดกล้ามเนื้อ หรือมักมีอาการปวดตา แสบตา ตามัว หากใช้สายตาจ้องหน้าจอนาน ๆ และบ่อยครั้ง ที่จะมีอาการปวดหัวร่วมด้วย</p>
<p>ซึ่งขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการนั่งทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ของแต่ละคน และการติดตั้ง จัดวาง คีย์บอร์ด จอมอนิเตอร์ เม้าส์ เก้าอี้ ตลอดจนการปรับระดับแสง ที่ไม่เหมาะสม ล้วนเป็นสาเหตุที่ส่งผลให้เราเกิดอาการอย่างที่กล่าวมาด้านบนค่ะ</p>
<p>วิธีแก้ไขคือ<span id="more-123"></span> เราควรปรับสภาพแวดล้อมของโต๊ะทำงานของเราตั้งแต่ เก้าอี้ เครื่องมือเครื่องใช้ ตลอดจนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ให้เหมาะสมกับร่างกายของเรา ซึ่งวิธีนี้เป็นการปรับแต่งตามศาสตร์ Ergonomics ค่ะ แล้ว Ergonomics คืออะไร?/</p>
<p>คำตอบ.. Ergonomics คือศาสตร์ที่ศึกษาเกี่ยวกับการใช้งานเครื่องกลต่าง ๆ เพื่อลดปัญหาจากการใช้งานเครื่องใช้เหล่านี้ ศาสตร์ด้านนี้ก็เกี่ยวข้องกับการปรับแต่งสภาพแวดล้อม ให้เหมาะสมกับร่างกายของเรา ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้ง และวิธีการใช้งานของคีย์บอร์ด จอมอนิเตอร์ เม้าส์ เก้าอี้ การปรับระดับแสง เพื่อลดปัญหาที่อาจเกิดเมื่อเข้าใช้คอมพิวเตอร์นาน ๆ</p>
<p>เราจะปรับแต่งสภาพแวดล้อมกันอย่างไรให้เหมาะสม?</p>
<p>คำตอบ.. อันดับแรก มาเริ่มกันที่ 1. คีย์บอร์ด (Keyboard) กันก่อน เพราะหลายคนคงคาดไม่ถึงว่าจะมีความเจ็บป่วยมากมาย ที่เกิดจากการใช้คีย์บอร์ดอย่างไม่ถูกวิธี อาการส่วนใหญ่จะไม่เกิดขึ้นในระยะสั้น การใช้คีย์บอร์ดไม่ถูกวิธี จะทำให้เกิดอาการปวดไหล่ ที่ร้ายแรงไปกว่านั้นก็คือ ระยะยาว อาจจะทำให้คุณเกิดปัญหาปวดข้อมือเรื้อรังได้ บางคนอาจเป็นถึงขั้นนิ้วล๊อก ต้องทำการผ่าตัดกันเลยทีเดียว บางคนอาจจะเห็นว่ามันจะไม่สำคัญ หรืออาจจะไม่รู้สึกเจ็บป่วย แต่ก็ควรเรียนรู้เกี่ยวกับ วิธีการป้องกันเอาไว้ล่วงหน้า ดีกว่ามั๊ยคะ</p>
<p>การติดตั้งและการใช้งาน &#8211; ถ้าคุณยังไม่ได้ใช้คีย์บอร์ดแบบเลื่อนได้ อยากให้คุณรีบหามาใช้สักอัน (เพราะราคาคีย์บอร์ดตรงนี้ถูกมาก ๆ)</p>
<p>- ตรวจสอบว่าคีย์บอร์ดของคุณนั้น อยู่ในระดับที่แขนคุณวางในมุมตั้งฉาก ไม่สูงเกินไป หรือไม่ต่ำจนเกินไป นั่งในลักษณะที่ไหล่ไม่ห่อ</p>
<p> - ถ้าคีย์บอร์ดของคุณอยู่ต่ำกว่าโต๊ะที่วางจอคอมพิวเตอร์ คุณควรปรับคีย์บอร์ดให้อยู่ในระดับที่ขนานกับพื้น (โดยพลิกใต้คีย์บอร์ดแล้วปรับที่ตั้งคีย์บอร์ดเก็บ)</p>
<p>- ถ้าคุณใช้ถาดเลื่อนคีย์บอร์ด ขอให้คุณมีที่สำหรับวางเม้าส์ด้วย (นั่นก็คือให้ที่วางเม้าส์ไว้ข้างคีย์บอร์ด)</p>
<p>- ถ้าคุณเป็นคนไหล่กว้าง ขอแนะนำให้คุณใช้คีย์บอร์ดแบบแยก เพราะมันจะสามารถให้คุณสามารถทำงานได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น เคล็ดลับสำหรับการใช้คีย์บอร์ดอย่างมีสุขภาพดี</p>
<p> - ถ้าคุณเป็นคนหนึ่ง ที่เพิ่มความมั่นใจในการพิมพ์ด้วยการลงน้ำหนักแรง ๆ หรือด้วยสาเหตุที่ว่าอารมณ์พาไป หรือความเมามันพาไปก็แล้วแต่ นั่นแหละเป็นวิธีที่ผิดอย่างมาก เพราะมันจะทำให้คุณปวดข้อนิ้วมือได้</p>
<p> - ปล่อยให้ข้อมือของคุณอยู่ในลักษณะเป็นธรรมชาติ อย่างอขึ้นหรืองอลง ขณะที่พิมพ์ (ให้คุณพึงระลึกไว้เสมอว่า คีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์ไม่ใช่พิมพ์ดีดไฟฟ้านะคะ)</p>
<p> - มั่นใจว่าข้อศอกของคุณอยู่ในมุมที่เปิด 90 องศาหรือมากกว่านั้น ขณะทำงาน ควรปล่อยให้หัวไหล่ผ่อนคลาย และข้อศอกอยู่ข้างลำตัว</p>
<p> - ตำแหน่งของตัวคุณ อยู่ตรงกลางของคีย์บอร์ด อย่าเอียงไปทางซ้าย หรือเอียงไปทางขวา</p>
<p> - พยายามอย่าวางมือบนที่รองแขน เอาเป็นว่าให้คุณใช้ตอนเวลาพักจริง ๆ เท่านั้นน่าจะดีกว่านะคะ</p>
<p>- หาโปรแกรมพิมพ์ด้วยเสียงมาใช้จะได้ไม่ต้องเมื่อย (ข้อนี้ต้องรอเทคโนโลโยีไปก่อนนะคะ)</p>
<p>2.จอคอมพิวเตอร์ (Monitor) จะว่าไปแล้ว การเลือกตำแหน่งที่ถูกต้อง ของจอมอนิเตอร์บนโต๊ะทำงาน อาจจะเป็นเรื่องยากในการตัดสินใจ ถ้ามันอยู่ตำแหน่งที่ไม่ถูกต้อง อาจทำให้คุณปวดข้อ ปวดไหล่ หรือเกิดอาการแสบตาได้ เรามีวิธีการแนะนำให้คุณในการติดตั้งจอเพื่อไม่ให้เกิดการเจ็บป่วยเหล่านั้นได้ การติดตั้งและการใช้งาน</p>
<p>- ติดตั้งจอมอนิเตอร์ให้อยู่ตรงกลาง การติดตั้งให้จอมอนิเตอร์ด้านซ้ายหรือด้านขวา ด้านใดด้านหนึ่งนั้น อาจทำให้คุณปวดคอหรือปวดไหล่ เนื่องมาจากการหมุนตัวไปดูจอ</p>
<p>- พยายามนั่งห่างจากจอประมาณ 1 ช่วงแขน ในลักษณะแบบนี้จอควรอยู่ห่างประมาณ 1 ช่วงแขนของเก้าอี้ที่คุณนั่งอยู่ หากคุณมีจอใหญ่กว่า 20 นิ้ว ก็ควรถอยห่างออกไปอีก ก็จะเป็นการดี และเป็นการถนอมสายตาด้วย</p>
<p> - ให้ตำแหน่งด้านบนของจอมอนิเตอร์อยู่ในระดับสายตาของคุณ &#8211; ปรับหน้าจอให้แหงนขึ้นเล็กน้อย เพราะจะทำให้คุณไม่เมื่อยคอในการเอียงคอดูจอ</p>
<p> - ระวังหน้าต่างในห้อง อาจทำให้เกิดแสงสะท้อนบนหน้าจอ เนื่องมาจากแสงที่เข้ามาจากหน้าต่าง ทำให้คุณต้องเพ่งดูหน้าจอคอมพิวเตอร์ ควรจะหาผ้าม่านมาบัง หรือไม่ก็ย้ายคอมพิวเตอร์ในตำแหน่งที่ไม่มีหน้าต่าง</p>
<p> - ควรปรับแสงสว่างของหน้าจอ ให้พอดีกับแสงสว่างโดยรอบของห้องที่ใช้งาน พร้อมทั้งปรับสีและขนาดตัวอักษร ในขนาดที่ทำให้คุณสามารถมองเห็นได้ชัดเจน &#8211; ที่สำคัญพยายามอย่าจ้องหน้าจอเป็นเวลานาน เพราะจะทำให้คุณแสบตา เคล็ดลับ</p>
<p>- ปฏิบัติตามหลัก 20:20:20 ถ้าคุณต้องทำงานกับคอมพิวเตอร์เป็นระยะเวลานาน ควรจะพักเบรคสัก 20 วินาที หลังจากทำงาน 20 นาที และมองไปไกล 20 ฟุต จะช่วยให้สายตาคุณได้พัก และปรับโฟกัส และเป็นวิธีการที่ดีที่จะไม่ทำให้คุณสายตาสั้นนะคะ</p>
<p>- หมั่นทำความสะอาดหน้าจอ ฝุ่น และคราบต่าง ๆ เพราะสิ่งเหล่านี้สามารถเกาะติดหน้าจอได้ง่ายมาก จงทำความสะอาดอยู่เสมอ เพื่อให้คุณมองเห็นอย่างชัดเจน</p>
<p>3.เม้าส์ (Mouse) คุณเชื่อไหมว่า มีอาการเจ็บป่วยอย่างมากมายเหลือเกิน จากการใช้เม้าส์ไม่ถูกวิธี อาการบาดเจ็บที่เกิดจากการทำอะไรสักอย่างซ้ำแล้วซ้ำเล่า หรือมีการเกร็งอวัยวะใดซ้ำ ๆ กัน เช่น การเกร็งข้อมือเพื่อจับเม้าส์ ก็จะทำให้เกิดอาการบาดเจ็บที่โพรงกระดูกข้อมือได้ เพราะเมื่อมีการทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ ส่วนที่ทำงานหนักที่สุดก็คือนิ้วและมือ ในขณะที่ส่วนอื่นของคุณนั้นอยู่นิ่งเฉย กล้ามเนื้อส่วนที่ควบคุมมือและนิ้ว อยู่ในบริเวณข้อมือถึงข้อศอก ส่วนเส้นประสาทที่ควบคุมมือ จะเชื่อมผ่านช่องว่างระหว่างกระดูกข้อมือ ซึ่งเรียกว่าโพรงกระดูกข้อมือ ขณะที่เคลื่อนไหวข้อมือ ขนาดของโพรงกระดูกข้อมือก็มีการเปลี่ยนแปลง สร้างความกดดันให้กับเส้นประสาทตรงกลาง ถ้าคุณทำงานตลอดวัน โดยที่ข้อมืองอและกดทับบนโต๊ะ ก็สามารถทำให้เส้นเอ็น หรือเส้นประสาทที่ข้อมือเกิดอาการปวดได้ ในระยะยาวอาจทำให้เกิดการอักเสบ ซึ่งนำไปสู่การปวด ชา และปวดรุนแรงที่นิ้วมือได้</p>
<p>4.เก้าอี้ (Chair) มีผู้เชี่ยวชาญได้มีความเห็นตรงกันว่า ตำแหน่งเก้าอี้เป็นสิ่งเดียวที่สำคัญที่สุดในการทำงาน พื้นฐานเบื้องต้น คุณควรจะนั่งอย่างสบายบนเก้าอี้ที่คุณใช้งานอยู่ พนักพิงควรราบไปกับหลัง และเก้าอี้มีขนาดพอดีตัวไม่เล็กเกินไป เท้าคุณจะต้องวางขนานกับพื้น การติดตั้งและการใช้งาน</p>
<p>- เก้าอี้ควรจะปรับระดับความสูงได้ ควรนั่งพิงพนักให้เต็ม ไม่ควรนั่งงอตัว</p>
<p>- เบาะเก้าอี้ ไม่ควรแหงนขึ้นหรือแหงนลง ควรจะขนานกับพื้น ควรนั่งให้เป็นมุม 90 องศา หัวเข่าตั้งฉากกับพื้น ฝ่าเท้าแนบขนานกับพื้น ควรนั่งให้ตัวตรง และที่สำคัญควรปรับเก้าอี้ให้อยู่ในตำแหน่งที่รู้สึกสบาย ไม่ปวดหลัง ควรเดินไปทำกิจกรรมอย่างอื่นบ้าง เพื่อไม่ให้เกิดอาการเมื่อยล้า</p>
<p>5.แสง (Lighting) แสงมีความสำคัญในการจัดองค์ประกอบอย่างมาก เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการมอง และปัญหาสุขภาพ ซึ่งจะทำให้เป็นการบั่นทอนประสิทธิภาพในการทำงาน การติดตั้งและการใช้งาน</p>
<p>- โคมไฟบนโต๊ะทำงาน ควรใช้โคมไฟที่มีแสงสีขาวที่มีความสว่างเพียงพอต่อการมองเห็น</p>
<p>- จะดีมากถ้าตำแหน่งของแสงไฟนั้น สามารถปรับขึ้นลงได้ และสามารถปรับแสงสว่างได้ด้วย เพื่อให้เหมาะสมกับการทำงาน</p>
<p>- ควรติดผ้าม่านเพื่อควบคุมแสงจากภายนอก &#8211; หลอดไฟควรมีแสงสว่างในโทนเดียวกัน</p>
<p>- ไม่ควรทาสีผนังที่ฉูดฉาดเกินไป ลองนำเคล็ดลับเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่แนะนำไปปฏิบัติดูค่ะ เพราะเมื่อก่อน โดยส่วนตัว ปวดหลัง ปวดต้นคอ และปวดหัวบ่อยมาก นั่งนานไม่ได้เลย บางทีแสบตามากจนน้ำตาไหลก็มี ต้องแก้ด้วยการลุกจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ไปหาอย่างอื่นทำ แต่พอกลับมานั่งได้หน้าจอคอมฯ ได้ซักพักก็เป็นอีกแล้ว เลยนำวิธีปรับแต่งสภาพแวดล้อมแบบนี้ ไปปรับเปลี่ยนโต๊ะทำงานที่บ้านของตัวเองดูแล้ว ใช้ได้ผลทีเดียว.</p>
<p>ขอบคุณที่มา : Healthycomputing</p>
<p> Via : itct</p><br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/parsleyblog.wordpress.com/123/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/parsleyblog.wordpress.com/123/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/parsleyblog.wordpress.com/123/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/parsleyblog.wordpress.com/123/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/parsleyblog.wordpress.com/123/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/parsleyblog.wordpress.com/123/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/parsleyblog.wordpress.com/123/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/parsleyblog.wordpress.com/123/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/parsleyblog.wordpress.com/123/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/parsleyblog.wordpress.com/123/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/parsleyblog.wordpress.com/123/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/parsleyblog.wordpress.com/123/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/parsleyblog.wordpress.com/123/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/parsleyblog.wordpress.com/123/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=parsleyblog.wordpress.com&amp;blog=5816391&amp;post=123&amp;subd=parsleyblog&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://parsleyblog.wordpress.com/2009/03/15/ergonomics-tips-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%88%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/dffef2710390547aafa7533b051581cd?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">parsley</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://parsleyblog.files.wordpress.com/2009/03/ergo1.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">ergo1</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ปฏิทินตั้งโต๊ะ..ลุ๊คเลนส์กล้องถ่ายภาพ..ตัวแรกของโลก</title>
		<link>http://parsleyblog.wordpress.com/2009/02/08/%e0%b8%9b%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%95%e0%b9%8a%e0%b8%b0%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b9%8a%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b8%aa/</link>
		<comments>http://parsleyblog.wordpress.com/2009/02/08/%e0%b8%9b%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%95%e0%b9%8a%e0%b8%b0%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b9%8a%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b8%aa/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 08 Feb 2009 08:20:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>parsley</dc:creator>
				<category><![CDATA[camera]]></category>
		<category><![CDATA[ปฏิทิน]]></category>
		<category><![CDATA[เลนส์]]></category>
		<category><![CDATA[เลนส์กล้อง]]></category>
		<category><![CDATA[Calendar]]></category>
		<category><![CDATA[lens]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://parsleyblog.wordpress.com/?p=117</guid>
		<description><![CDATA[เก๋มั๊ยล่ะ&#8230;ปฏิทินตั้งโต๊ะในลุ๊คใหม่แบบนี้..ดูเหมือนว่าเค้าจะออกแบบมาเพื่อเอาใจคนรักกล้องทั้งหลาย..เพราะดูยังไงมันก็เหมือนเลนส์กล้องจริงๆ..วัสดุที่ใช้ก็ไม่ธรรมดาเป็นอลูมิเนียมทั้งแท่ง..วิธีดูวัน/เดือน/ปี ก็ไม่ยาก..แค่หมุนๆวงแหวนตรงบริเวณที่ปรับโฟกัส..สปีดชัตเตอร์..และรูรับแสง เพื่อตั้งค่า..เท่านี้ก็ดูได้แระ.. ขอบอกว่าไอ้เจ้าเลนส์นี้ไม่ได้แค่บอกวันและเดือนเฉพาะของปี 2008 ปีเดียวเท่านั้นนะ แต่มันยังใช้บอกได้จนปี 2032 เลยนะพี่น้อง..(แปะ..แปะ..แปะ..ขอปรบมือให้สำหรับไอเดียสร้างแบบนี้..ถูกใจอย่างแรง) อยากได้กันมั๊ยล่ะ..แต่ขอบอกว่าเค้าไม่มีแจกหรอกนะ..ต้องซื้อเท่านั้น..เค้าขายอยู่ที่ sharadhaksar.com..สนนราคาก็ 2000 US..ถามต่อว่าแพงไปมั๊ยเนี่ย..สำหรับเจ้าเลนส์ปฏิทินตัวนี้.. ..แต่คิดไปคิดมา..มันก็คุ้มนะ..เพราะใช้ดูได้หลายปีเลย..แถมดูเก๋ไก๋&#8230;บ่งบอกว่าเป็นนักนิยมกล้องตัวยง..ด้วย..ว่ามั๊ย.. คราวนี้ทิ้งปฏิทินแบบเก่าลงถังขยะไปได้เลย.. ที่มา: Toxel.com<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=parsleyblog.wordpress.com&amp;blog=5816391&amp;post=117&amp;subd=parsleyblog&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://parsleyblog.files.wordpress.com/2009/02/lenscalendar03.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-118" title="lenscalendar03" src="http://parsleyblog.files.wordpress.com/2009/02/lenscalendar03.jpg?w=474&#038;h=301" alt="lenscalendar03" width="474" height="301" /></a>เก๋มั๊ยล่ะ&#8230;ปฏิทินตั้งโต๊ะในลุ๊คใหม่แบบนี้..ดูเหมือนว่าเค้าจะออกแบบมาเพื่อเอาใจคนรักกล้องทั้งหลาย..เพราะดูยังไงมันก็เหมือนเลนส์กล้องจริงๆ..วัสดุที่ใช้ก็ไม่ธรรมดาเป็นอลูมิเนียมทั้งแท่ง..วิธีดูวัน/เดือน/ปี ก็ไม่ยาก..แค่หมุนๆวงแหวนตรงบริเวณที่ปรับโฟกัส..สปีดชัตเตอร์..และรูรับแสง เพื่อตั้งค่า..เท่านี้ก็ดูได้แระ.. ขอบอกว่าไอ้เจ้าเลนส์นี้ไม่ได้แค่บอกวันและเดือนเฉพาะของปี 2008 ปีเดียวเท่านั้นนะ แต่มันยังใช้บอกได้จนปี 2032 เลยนะพี่น้อง..(แปะ..แปะ..แปะ..ขอปรบมือให้สำหรับไอเดียสร้างแบบนี้..ถูกใจอย่างแรง)<span id="more-117"></span></p>
<p>อยากได้กันมั๊ยล่ะ..แต่ขอบอกว่าเค้าไม่มีแจกหรอกนะ..ต้องซื้อเท่านั้น..เค้าขายอยู่ที่ <a href="http://www.sharadhaksar.com/">sharadhaksar.com</a>..สนนราคาก็ 2000 US..ถามต่อว่าแพงไปมั๊ยเนี่ย..สำหรับเจ้าเลนส์ปฏิทินตัวนี้..</p>
<p>..แต่คิดไปคิดมา..มันก็คุ้มนะ..เพราะใช้ดูได้หลายปีเลย..แถมดูเก๋ไก๋&#8230;บ่งบอกว่าเป็นนักนิยมกล้องตัวยง..ด้วย..ว่ามั๊ย..</p>
<p>คราวนี้ทิ้งปฏิทินแบบเก่าลงถังขยะไปได้เลย..</p>
<p>ที่มา: <a href="http://www.toxel.com/tech/2009/01/27/the-worlds-first-camera-lens-calendar/">Toxel.com</a></p><br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/parsleyblog.wordpress.com/117/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/parsleyblog.wordpress.com/117/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/parsleyblog.wordpress.com/117/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/parsleyblog.wordpress.com/117/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/parsleyblog.wordpress.com/117/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/parsleyblog.wordpress.com/117/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/parsleyblog.wordpress.com/117/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/parsleyblog.wordpress.com/117/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/parsleyblog.wordpress.com/117/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/parsleyblog.wordpress.com/117/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/parsleyblog.wordpress.com/117/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/parsleyblog.wordpress.com/117/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/parsleyblog.wordpress.com/117/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/parsleyblog.wordpress.com/117/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=parsleyblog.wordpress.com&amp;blog=5816391&amp;post=117&amp;subd=parsleyblog&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://parsleyblog.wordpress.com/2009/02/08/%e0%b8%9b%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%95%e0%b9%8a%e0%b8%b0%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b9%8a%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b8%aa/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/dffef2710390547aafa7533b051581cd?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">parsley</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://parsleyblog.files.wordpress.com/2009/02/lenscalendar03.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">lenscalendar03</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>เปรียบเทียบ E71 กับ Sumsung SGH-i900 Omnia 16GB</title>
		<link>http://parsleyblog.wordpress.com/2008/12/19/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%9a-e71-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a-sumsung-sgh-i900-omnia-16gb/</link>
		<comments>http://parsleyblog.wordpress.com/2008/12/19/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%9a-e71-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a-sumsung-sgh-i900-omnia-16gb/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 19 Dec 2008 16:54:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator>parsley</dc:creator>
				<category><![CDATA[Mobile]]></category>
		<category><![CDATA[E71]]></category>
		<category><![CDATA[Nokia]]></category>
		<category><![CDATA[Omnia]]></category>
		<category><![CDATA[SGH-i900]]></category>
		<category><![CDATA[Sumsung]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://parsleyblog.wordpress.com/2008/12/19/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%9a-e71-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a-sumsung-sgh-i900-omnia-16gb/</guid>
		<description><![CDATA[Nokia E71 vs. Samsung SGH-i900 Omnia 16GB ระหว่าง Smart Phone กับ Touch screen คุณจะเลือกอะไร? มาดู E71 กันก่อน จอแสดงผลแบบ TFT LCD 16,700,000 สี ความละเอียด 240&#215;320 Pixels (QVGA : กว้าง 2.36 นิ้ว) แสดงผลในแนวกว้าง หน่วยความจำภายในขนาด 110 MB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำเสริมภายนอกแบบ microSD Card (TransFlash) ได้สูงสุดขนาด 8 GB เชื่อม ต่อ Nokia Mini Map Browser ผ่านระบบ WiFi, HSDPA, EDGE หรือ GPRS Class 32 [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=parsleyblog.wordpress.com&amp;blog=5816391&amp;post=110&amp;subd=parsleyblog&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://parsleyblog.files.wordpress.com/2008/12/e71-omnia3.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-111" title="e71-omnia3" src="http://parsleyblog.files.wordpress.com/2008/12/e71-omnia3.jpg?w=475&#038;h=356" alt="e71-omnia3" width="475" height="356" /></a>Nokia E71 vs. Samsung SGH-i900 Omnia 16GB</p>
<p>ระหว่าง Smart Phone กับ Touch screen คุณจะเลือกอะไร?<span id="more-110"></span></p>
<p>มาดู E71 กันก่อน</p>
<p>จอแสดงผลแบบ TFT LCD 16,700,000 สี ความละเอียด 240&#215;320 Pixels (QVGA : กว้าง 2.36 นิ้ว) แสดงผลในแนวกว้าง</p>
<p>หน่วยความจำภายในขนาด 110 MB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำเสริมภายนอกแบบ microSD Card (TransFlash) ได้สูงสุดขนาด 8 GB</p>
<p>เชื่อม<br />
ต่อ Nokia Mini Map Browser ผ่านระบบ WiFi, HSDPA, EDGE หรือ GPRS Class<br />
32 พร้อมการเชื่อมต่อข้อมูลแบบไร้สายผ่าน Bluetooth หรือ Infrared Port</p>
<p>ระบบ GPS ในตัว (Global Positioning System : ระบบดาวเทียมนำร่อง) พร้อมฟังก์ชัน A-GPS</p>
<p>กล้อง<br />
ดิจิตอลตัวหลักที่ด้านหลังของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 3.2 ล้าน Pixels<br />
พร้อมกล้องดิจิตอลขนาดเล็กสำหรับ Video Calling ที่ด้านหน้าของตัวเครื่อง<br />
ความละเอียดระดับ VGA</p>
<p>การใช้งานต่อเนื่อง สุดยอดของความจุ<br />
กับแบตเตอรี่แบบ Li-Polymer 1,500 mAh (BP-4L)<br />
มันสามารถเปิดเครื่องรอรับสายได้นานสุดๆ 400 ชั่วโมง และ 166<br />
ชั่วโมงหากเปิด WLAN สนทนาต่อเนื่องได้ถึง 10 ชั่วโมงครึ่ง<br />
ทั้งยังฟังเพลงได้มากเกือบ 18 ชั่วโมงอีกด้วย (ขึ้นอยู่กับเครือข่ายและการใช้งานของแต่ละบุคคล)</p>
<p>ดูรายละเอียดตัวเครื่องโดยละเอียดได้ที่สยามโฟนดอทคอม</p>
<p>สัมผัสโดยรวม<br />
บางสุดๆ เพียง 10 มิลลิเมตร บนสมาร์ทโฟนสุดเฉียบ<br />
ที่มีงานประกอบด้วยวัสดุคุณภาพสูง<br />
ตัวเครื่องส่วนใหญ่เป็นโลหะดูแข็งแรงทนทานปนกับพลาสติกคุณภาพสูงสีเทาประกาย<br />
ดูหรูเหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์ อีกทั้งยังมีคีย์บอร์ดแบบ QWERTY<br />
ติดมาให้ใช้งานเอกสาร หรือจะพิมพ์ จะแชท ก็สะดวกทุกการสื่อสาร<br />
เป็นอีกหนึ่งสมาร์ทโฟนที่มีลักษณะคล้ายกับ PDA Phone มาก</p>
<p>ด้านหน้าของเครื่องดูสวยงามด้วยขอบสีตะกั่วสะท้อนเงา กับหน้าจอขนาด 2.36<br />
นิ้วแบบ Widescreen เป็นกระจกเงางาม<br />
ถัดลงมาเป็นโซนปุ่มกดซอฟต์คีย์และปุ่มฟังก์ชั่น 5 ทิศทางมีปุ่มลัด<br />
One-touch ตามสไตล์ของ E Series อย่างปุ่ม Home / Calendar / Contracts<br />
และ Messege ถัดจากปุ่ม รับสาย-วางสาย มีคีย์บอร์ดแบบ QWERTY<br />
ด้านบนสุดข้างช่องลำโพงสนทนามีเซนเซอร์รับแสง และกล้องตัวรองอยู่ด้วย<br />
ด้านซ้ายมีช่อง IrDA, microSD slot และ USB Port ด้านขวามี Volume Control<br />
ขึ้นกลางด้วยปุ่มคำสั่งเสียง และมีช่องเสียบหูฟัง 2.5 มิลลิเมตรมาให้ด้วย<br />
ที่เสียบชาร์จแบตเตอรี่และช่องใส่สายคล้องโทรศัพท์จะอยู่ด้านล่างของเครื่อง<br />
โดยมีลำโพงเสียงและปุ่ม PowerSwitch อยู่ที่หัวเครื่อง</p>
<p>ฝาหลังสุดสะดุดตาด้วยลวดลายแบบเดียวกับ E66 มีสกรีน NOKIA Eseries<br />
อยู่บนฝา ทำจากวัสดุโลหะแข็งแรงทนทาน ดูเรียบแน่นน่าสัมผัส<br />
เปิดฝาด้วยการกดที่ปุ่มด้านข้างทั้งสองข้างบริเวณท้ายเครื่องแล้วฝาจะเด้ง<br />
ออก เหนือฝาหลังยังมีเลนส์กล้อง 3.2<br />
ล้านพิกเซลพร้อมแฟลชและกระจกเงาสะท้อนแสงด้วย</p>
<p>มาดู Sumsung Omnia</p>
<p>* รองรับระบบ UMTS 2100 WCDMA-HSDPA / GSM Quad-band 850/900/1800/1900 MHz<br />
* ระบบปฏิบัติการ [OS] Microsoft Windows Mobile 6.1 Professional<br />
* หน่วยความจำภายนอก มี [microSD/microSDHC สูงสุด 16GB]<br />
* จอ TFT-Touch Screen LCD 65,000 สี<br />
* ความละเอียด 240 x 400 Pixels [3.2 นิ้ว]<br />
* กล้องตัวหลัก 5 .0 Mega Pixels<br />
* กล้องตัวรอง มี [VGA]<br />
* บันทึกภาพเคลื่อนไหว Mpeg4 / 3GP / WMV<br />
* ไฟล์ภาพรองรับ BMP/WBMP/GIF/PNG/JPG<br />
* วิทยุ FM มี<br />
* เครื่องเล่นเพลง WMP 10 Mobile<br />
* บันทึกเสียง มี<br />
* ช่องหูฟัง มี [สายแปลง 3.5 มม.]<br />
* GPRS Class 10<br />
* EDGE Class 10<br />
* WCDMA [3G] มี<br />
* HSDPA [3.5G] มี<br />
* ต่อจอภายนอก [TV Out] มี<br />
* บลูทูธ [Bluetooth] มี [v2.0+EDR / A2DP]<br />
* Wireless LAN มี [Wi-Fi 802.11b/g]<br />
* แผนที่ดาวเทียม GPS มี [Google MAP]<br />
* สนทนาแบบเห็นภาพ [Video Call]</p>
<p>ดูรายละเอียดตัวเครื่องโดยละเอียดได้ที่สยามโฟนดอทคอม</p>
<p>สัมผัสแรก : ค่อนข้างจะแปลกใจเล็กน้อยกับรูปลักษณ์ที่เล็กกว่าที่เรา<br />
จินตนาการก่อนจับเครื่องจริงอยู่นิดหน่อย  ซึ่งหากพูดถึงการออกแบบรูปลักษณ์<br />
และหน้าตาจะเอนไปทาง iPhone อยู่มาก  Omnia<br />
นั้นจะมีปุ่ม โทรศัพท์ทั้งปุ่มโทรออก และวางสาย<br />
พร้อมกับมีปุ่มควบคุมที่สามารถเลือกตั้งค่าการใช้งานได้ทั้งแบบ Navi-key 4<br />
ทิศทาง และแบบ Optical Mouse แบบที่ใช้ในเครื่องคอมพิวเตอร์<br />
แถมด้านหน้าเครื่องยังมีกล้องตัวที่สองเอาไว้ใช้งาน Video Call<br />
บนเครือข่าย 3G มาให้ด้วย</p>
<p>ส่วนด้านหลังเครื่องจะมีชุดเลนส์กล้องพร้อมไฟแฟลช<br />
ส่วนฝาหลังนั้นจะเป็นแบบถอดได้ทั้งอัน มีช่องใส่ซิมการ์ด และ microSD<br />
ซ่อนอยู่ภายใต้ฝาหลัง ด้านข้างเครื่องฝั่งซ้ายมือจะมีช่องร้อยสายคล้องคอ<br />
หรือห้อย Stylus<br />
ถัดลงมาก็จะมีช่องเสียบต่อสายอุปกรณ์ทั้งสายชาร์จแบตเตอรี่, สายดาต้า USB<br />
และสายหูฟัง/สมอลทอร์ค ส่วนทางฝั่งขวามือจะมีปุ่มลัดเข้าสู่ Main Menu<br />
ถัดลงมาก็จะเป็นปุ่มปรับเสียงลำโพง<br />
และมีปุ่มชัตเตอร์สำหรับกล้องถ่ายรูปอยู่ใกล้ๆ กันด้วย<br />
ส่วนด้านบนหัวเครื่องนั้นจะมีปุ่มเปิด-ปิดการใช้งานเครื่อง และมีปุ่ม<br />
Reset เครื่องอยู่ใกล้ๆ กันด้วย<br />
ส่วนด้านล่างเครื่องนั้นจะเห็นเพียงช่องไมโครโฟนสนทนาอยู่เท่านั้น โดยรวมๆ<br />
แล้วการออกแบบก็ดูเรียบง่าย แต่ก็ให้ความสวยงามได้อย่างน่าประหลาดใจ</p>
<p>โดยส่วนตัวแล้วชอบ Omnai มากกว่า เพราะ เป็นมือถือแบบจอสัมผัสมีรูปลักษณ์คล้ายๆ iPhone และมีประโยชน์ใช้สอย ฟังก์ชั่นที่ครบเครื่อง ทั้งการเชื่อมต่อ และกล้องถ่ายรูปคุณภาพที่สูงกว่า E71  อีกทั้ง Omnia ยังมีรูปทรงที่พกพาง่าย และดูเหมาะมือกว่า E71 ที่เป็นสมาร์ทโฟนมีลักษณะคล้ายกับ PDA Phone ใช้งานคีย์บอร์ดแบบ QWERTY อาจจะดูหรูหรามีสไตล์ ทำจากวัสดุดีคงทนมากกว่า Omnia แต่ก็ดูใหญ่เทอะทะู ไม่เหมาะมือ..(แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัวของแต่ละคนที่จะเลือก ใช้)/.</p>
<p>ที่มา: phonegg.com</p>
<p>Via: Siamphone.com1, Siamphone.com2, Moblimag.com1,Mobilemag.com2</p><br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/parsleyblog.wordpress.com/110/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/parsleyblog.wordpress.com/110/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/parsleyblog.wordpress.com/110/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/parsleyblog.wordpress.com/110/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/parsleyblog.wordpress.com/110/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/parsleyblog.wordpress.com/110/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/parsleyblog.wordpress.com/110/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/parsleyblog.wordpress.com/110/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/parsleyblog.wordpress.com/110/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/parsleyblog.wordpress.com/110/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/parsleyblog.wordpress.com/110/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/parsleyblog.wordpress.com/110/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/parsleyblog.wordpress.com/110/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/parsleyblog.wordpress.com/110/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=parsleyblog.wordpress.com&amp;blog=5816391&amp;post=110&amp;subd=parsleyblog&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://parsleyblog.wordpress.com/2008/12/19/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%9a-e71-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a-sumsung-sgh-i900-omnia-16gb/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/dffef2710390547aafa7533b051581cd?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">parsley</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://parsleyblog.files.wordpress.com/2008/12/e71-omnia3.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">e71-omnia3</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>Dell XPS M1330 สเป็คเทพ!! มาตรฐานอเมริกา</title>
		<link>http://parsleyblog.wordpress.com/2008/12/19/dell-xps-m1330-%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%9e-%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%90%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b4/</link>
		<comments>http://parsleyblog.wordpress.com/2008/12/19/dell-xps-m1330-%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%9e-%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%90%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b4/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 19 Dec 2008 16:48:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>parsley</dc:creator>
				<category><![CDATA[Laptop]]></category>
		<category><![CDATA[1330]]></category>
		<category><![CDATA[Dell]]></category>
		<category><![CDATA[Notebook]]></category>
		<category><![CDATA[XPS]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://parsleyblog.wordpress.com/2008/12/19/dell-xps-m1330-%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%9e-%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%90%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b4/</guid>
		<description><![CDATA[พอดีกำลังมองหา Notebook ตัวใหม่ที่สเป็คสูงกว่าเดิม เพราะ เจ้า Dell Vostro 1310 ตัวนี้ที่ใช้อยู่ไม่มีการ์ดจอแยก(เพราะดันอยากจะใช้งานกราฟฟิคและใช้เล่น เกมส์ได้ด้วย) จากการ search ดู สเป็คทางเน็ตไปเรื่อยๆ ก็มาสะดุดอยู่กับ Dell รุ่น XPS M1330 เข้า ตอนแรกเห็นแล้วบอกได้คำเดียวว่า &#8220;ชอบบบบบ&#8221; เพราะด้วย สเป็คขั้นเทพ การ์ดจอแยก NVIDIA GeForce 8400M แรม2G HDD250G Wireless-N มีระบบแสกนลายนิ้วมือ มีรีโมท หูฟัง InEar Creative มี Webcam 2 ล้านพิกเซล Windows Vista รูปทรงสวยใช้ได้ทีเดียว ขนาดพกพาสะดวก ด้วยความบางจอเพียง 13 นิ้วเท่านั้น และขอบอกว่ารุ่นนี้ บางมากๆ (จุดหนาสุดของเครื่องประมาณ 0.9 นิ้ว) จอเป็นแบบบาง แล้วก็เป็น WLED [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=parsleyblog.wordpress.com&amp;blog=5816391&amp;post=106&amp;subd=parsleyblog&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://parsleyblog.files.wordpress.com/2008/12/xps13301.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-114" title="xps13301" src="http://parsleyblog.files.wordpress.com/2008/12/xps13301.jpg?w=475&#038;h=356" alt="xps13301" width="475" height="356" /></a>พอดีกำลังมองหา Notebook ตัวใหม่ที่สเป็คสูงกว่าเดิม เพราะ เจ้า Dell Vostro 1310 ตัวนี้ที่ใช้อยู่ไม่มีการ์ดจอแยก(เพราะดันอยากจะใช้งานกราฟฟิคและใช้เล่น เกมส์ได้ด้วย)</p>
<p>จากการ search ดู สเป็คทางเน็ตไปเรื่อยๆ ก็มาสะดุดอยู่กับ Dell รุ่น XPS M1330 เข้า ตอนแรกเห็นแล้วบอกได้คำเดียวว่า &#8220;ชอบบบบบ&#8221;  เพราะด้วย สเป็คขั้นเทพ  การ์ดจอแยก NVIDIA GeForce 8400M แรม2G HDD250G Wireless-N<br />
มีระบบแสกนลายนิ้วมือ มีรีโมท หูฟัง InEar Creative มี Webcam 2 ล้านพิกเซล<br />
Windows Vista รูปทรงสวยใช้ได้ทีเดียว ขนาดพกพาสะดวก ด้วยความบางจอเพียง 13 นิ้วเท่านั้น และขอบอกว่ารุ่นนี้ บางมากๆ (จุดหนาสุดของเครื่องประมาณ 0.9 นิ้ว) จอเป็นแบบบาง แล้วก็เป็น WLED แบบพวก MacbookPro ไม่ใช่ LCD</p>
<p>แต่ถึงแม้ข้อเสียของ Notebook รุ่นนี้ นั้นคือการ์ดจอของทาง NVIDIA GeForce 8400M ที่เมื่อใช้ไปนานๆจะเกิด Heat Cycle แต่ก็เป็นปัญหาที่ Notebook ส่วนใหญ่กำลังพบเจออยู่<br />
แต่ในเมื่อประกันของ Dell<br />
มัน Chage&#8217;em up ก็ไม่ต้องกลัว ซื้อมาใช้เลย !<span id="more-106"></span></p>
<p>ใครที่ใช้ Dell คงจะรู้ว่าถ้าเครื่องมีปัญหาและยังอยู่ในประกัน แค่ยกโทรศัพท์โทรแจ้งเค้า เค้าจะมาหาคุณพร้อมอะไหล่ถึงบ้านเลย<br />
โดนการซ่อมของเค้าคือการเปลี่ยนอะไหล่ เปลี่ยนอย่างเดียว อะไรเสียเปลี่ยนหมด ตามสโลแกนของมันที่ว่า Chage&#8217;em up แปลเป็นไทยว่า เปลี่ยนแม่งเลย!!!</p>
<p>ประทัยใจจริงๆ  และบอกได้เลยว่าจากการที่ใช้เครื่อง Dell มารู้สึกหลงรักและติดใจในเครื่องแบรนด์นี้ มาก เพราะด้วยความคงทน และเครื่องไม่ร้อนมากในขณะที่ใ้ช้งานนานๆ<br />
เพราะก่อนหน้านี้เคยใช้ Compaq มาแต่ก็ไม่ประทับใจเท่าไหร่ เพราะเครื่องร้อนเร็วมากมาย</p>
<p>กลับมาดูสเป็ค Dell XPS M1330 โดยละเอียด</p>
<p>ข้อมูลคุณสมบัติ</p>
<p>รุ่นซีพียู Intel Core 2 Duo T8100</p>
<p>ขนาดจอภาพ 13.3 นิ้ว</p>
<p>ความถี่ซีพียู 2.1 GHz</p>
<p>ความละเอียด 1280&#215;800</p>
<p>ฮาร์ดดิสก์ 320 GB</p>
<p>หน่วยความจำ 3072 MB</p>
<p>ชิปเซ็ต n/a</p>
<p>หน่วยความจำสูงสุด n/a</p>
<p>ชิปกราฟฟิค NVIDIA GeForce 8400M</p>
<p>ไดร์ฟออฟติคัล 8X DVD-RW</p>
<p>แรมกราฟฟิค 128 MB</p>
<p>เว็บแคม 2.0 Mega Pixel</p>
<p>WLAN มี</p>
<p>การ์ดรีดเดอร์ 8-in-1 card reader</p>
<p>บูลทูธ มี</p>
<p>แบตเตอรี่ 6-cell</p>
<p>ระบบปฏิบัติการ Windows Vista Home Premium</p>
<p>รับประกัน 1 ปี</p>
<p>น้ำหนัก 1.79 กก.</p>
<p>ขนาด n/a</p>
<p>แนะนำว่า ถ้าจะซื้อ Notebook Dell ไม่ควรไปซื้อตามร้านค้า เนื่องจากราคาจะแพงเว่อร์กว่ามาก ควรหาซื้อกับเซลล์ ของ Dell ที่ไว้ใจได้<br />
หรือบริษัทที่เค้าขาย Server ของ Dell บริษัทเหล่านี้จะได้ส่วนลดจาก Dell<br />
เยอะกว่า ราคาก็จะไม่แพงเวอร์เกินไป</p>
<p>ที่มา: Dell</p>
<p>Via: rarkar.com, pcresource.co.th</p><br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/parsleyblog.wordpress.com/106/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/parsleyblog.wordpress.com/106/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/parsleyblog.wordpress.com/106/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/parsleyblog.wordpress.com/106/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/parsleyblog.wordpress.com/106/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/parsleyblog.wordpress.com/106/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/parsleyblog.wordpress.com/106/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/parsleyblog.wordpress.com/106/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/parsleyblog.wordpress.com/106/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/parsleyblog.wordpress.com/106/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/parsleyblog.wordpress.com/106/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/parsleyblog.wordpress.com/106/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/parsleyblog.wordpress.com/106/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/parsleyblog.wordpress.com/106/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=parsleyblog.wordpress.com&amp;blog=5816391&amp;post=106&amp;subd=parsleyblog&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://parsleyblog.wordpress.com/2008/12/19/dell-xps-m1330-%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%9e-%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%90%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b4/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/dffef2710390547aafa7533b051581cd?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">parsley</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://parsleyblog.files.wordpress.com/2008/12/xps13301.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">xps13301</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>วิธีเลือกโน๊ตบุคให้ถูกใจ</title>
		<link>http://parsleyblog.wordpress.com/2008/12/11/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%8a%e0%b8%95%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%84%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%96%e0%b8%b9%e0%b8%81/</link>
		<comments>http://parsleyblog.wordpress.com/2008/12/11/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%8a%e0%b8%95%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%84%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%96%e0%b8%b9%e0%b8%81/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 11 Dec 2008 15:11:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator>parsley</dc:creator>
				<category><![CDATA[Laptop]]></category>
		<category><![CDATA[ซื้อ]]></category>
		<category><![CDATA[เลือก]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกซื้อ]]></category>
		<category><![CDATA[โน๊ตบุ๊ค]]></category>
		<category><![CDATA[Notebook]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://parsleyblog.wordpress.com/?p=11</guid>
		<description><![CDATA[การใช้งาน Notebook หลักๆ แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือใช้งานทั่วๆไป   ใช้งานด้านธุรกิจ  และสุดท้ายใช้งานด้านกราฟฟิกหรือเพื่อเล่นเกมส์  แต่ละประเภทก็มีวิธีเลือกแตกต่างกันออกไป ดังนี้ 1. เลือกโน้ตบุ๊กเพื่องานด้านธุรกิจ หากต้องการใช้งานโน้ตบุ๊กโดยมีงานหลักคือการตรวจเช็คอีเมล์ การเปิดเวบ เปิดงาน ใช้งาน Microsoft Office เป็นหลัก PDF หรือไฟล์งานจำพวกรูปหรือเอกสารต่างๆ ควรเลือกโน้ตบุ๊กหน้าจอ 13.3 นิ้ว และ 14.1 นิ้ว เนื่องจากโน้ตบุ๊กที่ใช้งานด้านธุรกิจ จะต้องเป็นเครื่องที่มีน้ำหนักเบา พกพาสะดวก หน้าจอมีความสว่าง คมชัด ที่สำคัญต้องประหยัดพลังงานเป็นเลิศ ส่วนน้ำหนักของเครื่อง ขอแนะนำไม่ให้เกินสองกิโลกรัม หรือน้อยกว่านั้นได้ยิ่งดี เนื่องจากซีพียูและองค์ประกอบภายในสิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีผลกับระยะเวลา ของการใช้งานแบตเตอรี่ทั้งสิ้น อีกอย่างคือควรเลือกซีพียู Intel Core 2 Duo เป็นอย่างน้อย หากคุณต้องการเครื่องที่ทันสมัยสักหน่อยให้สังเกตจากโลโก้ Intel Centrino 2 ที่เครื่องคุณจะได้โน้ตบุ๊กเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดจากอินเทล โดยความเร็วและการประหยัดพลังงานทำได้ดีอย่างที่เราต้องการ โน้ตบุ๊กของคุณมักจะมีการ์ดจอ Intel X3100 [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=parsleyblog.wordpress.com&amp;blog=5816391&amp;post=11&amp;subd=parsleyblog&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="journalBody" style="color:#000000;">
<p><span style="font-size:100%;"><a href="http://parsleyblog.files.wordpress.com/2008/12/hp_pavilion_dv7.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-12" title="hp_pavilion_dv7" src="http://parsleyblog.files.wordpress.com/2008/12/hp_pavilion_dv7.jpg?w=480&#038;h=417" alt="hp_pavilion_dv7" width="480" height="417" /></a> </span></p>
<p>การใช้งาน Notebook หลักๆ แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือใช้งานทั่วๆไป   ใช้งานด้านธุรกิจ  และสุดท้ายใช้งานด้านกราฟฟิกหรือเพื่อเล่นเกมส์  แต่ละประเภทก็มีวิธีเลือกแตกต่างกันออกไป ดังนี้<span id="more-11"></span></p>
<p><span style="font-size:100%;">1. เลือกโน้ตบุ๊กเพื่องานด้านธุรกิจ หากต้องการใช้งานโน้ตบุ๊กโดยมีงานหลักคือการตรวจเช็คอีเมล์ การเปิดเวบ เปิดงาน ใช้งาน Microsoft Office เป็นหลัก PDF หรือไฟล์งานจำพวกรูปหรือเอกสารต่างๆ ควรเลือกโน้ตบุ๊กหน้าจอ 13.3 นิ้ว และ 14.1 นิ้ว </span></p>
<p><span style="font-size:100%;"> เนื่องจากโน้ตบุ๊กที่ใช้งานด้านธุรกิจ จะต้องเป็นเครื่องที่มีน้ำหนักเบา พกพาสะดวก หน้าจอมีความสว่าง คมชัด ที่สำคัญต้องประหยัดพลังงานเป็นเลิศ ส่วนน้ำหนักของเครื่อง ขอแนะนำไม่ให้เกินสองกิโลกรัม หรือน้อยกว่านั้นได้ยิ่งดี เนื่องจากซีพียูและองค์ประกอบภายในสิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีผลกับระยะเวลา ของการใช้งานแบตเตอรี่ทั้งสิ้น อีกอย่างคือควรเลือกซีพียู Intel Core 2 Duo เป็นอย่างน้อย </span></p>
<p><span style="font-size:100%;"> หากคุณต้องการเครื่องที่ทันสมัยสักหน่อยให้สังเกตจากโลโก้ Intel Centrino 2 ที่เครื่องคุณจะได้โน้ตบุ๊กเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดจากอินเทล โดยความเร็วและการประหยัดพลังงานทำได้ดีอย่างที่เราต้องการ โน้ตบุ๊กของคุณมักจะมีการ์ดจอ Intel X3100 หรือ Intel X4500 มาพร้อมกันด้วย ให้เลือกทั้งสองแบบ เพื่อการใช้งานเครื่องได้ยาวนาน เลือก Intel X4500 หากคุณดูวิดีโอแบบ HD หรือ Blu-ray บ่อยๆ เพราะ การ์ดจอรุ่นใหม่ล่าสุดนี้ สามารถช่วยซีพียูทำงานในการเกี่ยวกับวิดีโอได้เป็นอย่างดีโน้ตบุ๊กบาง เครื่องมีการ์ดจอแยกจากค่าย NVIDIA หรือ ATI มาให้ด้วย คุณสามารถเลือกก็ได้ แต่การ์ดจอแบบแยกนี้จะกินไฟมากกว่าปกติ หากคุณไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องเล่นเกมส์ให้มองข้ามการ์ดจอแยกไปเลย แต่โน้ตบุ๊กเดี่ยวนี้จะมีปุ่มสวิตโหมดระหว่างการ์ดจอแยก หรือการ์ดจอแบบออนบอร์ดของอินเทล หากมีคุณสมบัตินี้ คุณสามารถเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาได้ระหว่างการประหยัดแบทหรือใช้แบบประสิทธิภาพ สูงสุด</span></p>
<p><span style="font-size:100%;"><br />
สิ่งที่ควรพิจรณาอีกอย่างคือ ขนาดของแรม ฮาร์ดดิสก์และควรจะมีระบบไวร์เลส บลูธูท ออฟติคัล ไดร์วฟ ช่องอ่านการ์ดต่างๆมาให้พร้อมด้วย สิ่งสุดท้ายที่ไม่ควรมองข้ามคือเรื่องการรับประกัน ซึ่งโดยมากจะรับประกัน 1 ปี </span></p>
<p><span style="font-size:100%;"> 2.โน้ตบุ๊กสำหรับการ ใช้งานที่บ้าน โรงเรียน หรือมหาวิทยาลัย โน้ตบุ๊กสำหรับคุณเครื่องนี้ เป็นเครื่องที่ประสิทธิภาพสูง สำหรับการใช้งานมัลติมีเดีย ขนาดหน้าจอ ควรเลือกที่มีขนาด 14.1 นิ้วเป็นอย่างน้อย ซีพียู ควรเป็น Intel Core 2 Duo เช่นเดียวกันและเลือก Intel Centrino 2 บนตัวเครื่องหากคุณต้องการเครื่องรุ่นใหม่ล่าสุด หน่วยความจำควรเลือกขั้นต่ำ 2 กิกะไบต์สำหรับการใช้งานที่ราบรื่นบน Windows Vista หรือ Mac OS X ส่วนการ์ดจอสำหรับโน้ตบุ๊กสำหรับการใช้งานประเภทนี้ อาจจะเลือกการ์ดจอแยกจำพวก NVIDIA GeForce หรือ ATI Radeon ก่อนเป็นอันดับแรก เพราะการ์ดจอประเภทนี้ ให้ประสิทธิภาพในการเล่นเกม หรือมัลติมีเดียที่ค่อนข้างดี<br />
สำหรับสิ่งที่ควรจะพิจารณาเพิ่มเติมก็เช่น การใช้งานไวร์เลส บลูทูธ ช่องเสียบการ์ดต่างๆ ออฟติคัลไดร์วฟ ฯลฯ </span></p>
<p><span style="font-size:100%;"> 3. โน้ตบุ๊กสำหรับฮาร์ดคอร์เกมเมอร์ ควรมองโน้ตบุ๊กรุ่นจอกว้างพิเศษ ขนาด 16.4 นิ้วขึ้นไปเท่านั้น เพราะด้วยจอภาพขนาดใหญ่นี้ มันจะทำให้คุณเล่นเกม เกมโปรดของคุณได้เต็มอรรถรสมากยิ่งขึ้น ซีพียูที่ควรเลือกนั้น ควรจะเป็น Intel Core 2 Duo เช่นเดียวกัน โดยมองหาโลโก้ Intel Centrino 2 บนเครื่องที่คุณต้องการเท่านั้น โดยซีพียูรุ่นนี้จะให้ประสิทธิภาพสูงสุดในการประมวลผล และมีสองแกนหลัก ช่วยประมวลผล ทำให้เกมหรือโปรแกรมต่างๆที่เปิดใช้นั้นทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและตอบ สนองได้ดีและรวดเร็วยิ่งขึ้น การ์ดจอ ควรเลือกการ์ดจอแรงๆสำหรับโน้ตบุ๊ก อย่างเช่น NVIDIA GeForce 9 Series หรือ ATI Radeon X3000 Series หรือ 4000 Series แบบ Mobile จะช่วยให้คุณเล่นเกมได้ที่ความละเอียดสูงบนเครื่องโน้ตบุ๊กของคุณ และสำหรับเกมเมอร์ หากเป็นไปได้ ควรเลือกขนาดฮาร์ดดิสก์ใหญ่สักหน่อย เช่น 160 หรือ 320 กิกะไบต์ขึ้นจะทำให้คุณเก็บเกมและโปรแกรมสุดโปรดได้มากขึ้น โดยไม่ต้องหาอุปกรณ์เก็บข้อมูลเพิ่มเติม ส่วนหน่วยความจำ ควรมีอย่างน้อย 2 กิกะไบต์ แนะนำ 4 กิกะไบต์สำหรับความราบรื่นแบบสุดๆ ส่วนน้ำหนัก โน้ตบุ๊กระดับนี้ คงมีน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 3 กิโลแน่นอนและควรพกสายพาวเวอร์ไปด้วยเสมอ หากต้องการเดินทาง เพราะแบตเตอรี่จะหมดอย่างรวดเร็วมากสำหรับโน้ตบุ๊กประสิทธิภาพสูงเครื่องนี้ </span></p>
<p><span style="font-size:100%;">หวังว่าคงได้ไอเดียดีๆในการเลือกโน้ตบุ๊กกันไปไม่มากก็น้อย   อันดับแรกเลยคือ มองการใช้งานหลักๆของเรา ว่าใช้อะไร และใช้ยังไง เราก็จะสามารถเลือกเครื่องที่ถูกใจได้อย่างไม่ยากแล้ว</span></div><br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/parsleyblog.wordpress.com/11/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/parsleyblog.wordpress.com/11/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/parsleyblog.wordpress.com/11/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/parsleyblog.wordpress.com/11/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/parsleyblog.wordpress.com/11/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/parsleyblog.wordpress.com/11/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/parsleyblog.wordpress.com/11/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/parsleyblog.wordpress.com/11/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/parsleyblog.wordpress.com/11/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/parsleyblog.wordpress.com/11/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/parsleyblog.wordpress.com/11/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/parsleyblog.wordpress.com/11/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/parsleyblog.wordpress.com/11/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/parsleyblog.wordpress.com/11/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=parsleyblog.wordpress.com&amp;blog=5816391&amp;post=11&amp;subd=parsleyblog&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://parsleyblog.wordpress.com/2008/12/11/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%8a%e0%b8%95%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%84%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%96%e0%b8%b9%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/dffef2710390547aafa7533b051581cd?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">parsley</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://parsleyblog.files.wordpress.com/2008/12/hp_pavilion_dv7.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">hp_pavilion_dv7</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>6 วิธีเพิ่มน้ำหนักอย่างมีสุขภาพดี</title>
		<link>http://parsleyblog.wordpress.com/2008/12/11/6-%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a1/</link>
		<comments>http://parsleyblog.wordpress.com/2008/12/11/6-%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a1/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 11 Dec 2008 15:05:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator>parsley</dc:creator>
				<category><![CDATA[Health]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำหนักเพิ่ม]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพดี]]></category>
		<category><![CDATA[เพิ่มความอ้วน]]></category>
		<category><![CDATA[เพิ่มน้ำหนัก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://parsleyblog.wordpress.com/?p=7</guid>
		<description><![CDATA[ที่ผ่านมาเขียนแนะนำแต่เรื่องกินอาหารควบคุมน้ำหนักอย่างไร ไม่ให้อ้วน แต่วันนี้ขอเอาใจสาวๆผอมเพรียวน้ำหนักน้อยนิด(อย่างเรา) ที่อยากดูดี มีน้ำมีนวลขึ้นกว่าเดิม มาดูกันซิว่ามีวิธีไหนที่จะทำให้มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างดูมีสุขภาพดีกัน บ้าง แบ่งมื้ออาหารให้ถี่ขึ้น แทนที่จะกินอาหาร 3 มื้อหลัก ให้แบ่งเป็น 5 -6 มื้อต่อวัน  เลือกกินคาร์โบไฮเดรตคุณภาพมากขึ้น เช่น ข้าวกล้อง ธัญพืชต่างๆ ขนมปังโฮลวีต หรือคาร์โบไฮเดรตจากผัก ผลไม้ อย่างข้าวโพด เผือก หรือมันอบ เน้นโปรตีนจากเนื้อปลามากขึ้น โดยเฉพาะปลานึ่ง ระหว่างมื้อให้วางของขบเคี้ยวไว้ใกล้มือ เช่น มิกซนัท ผลไม้แห้ง อย่างลูกเกด ถั่วหรือ ธัญพืชอบต่างๆ ดื่มน้ำผลไม้ ดื่มน้ำผลไม้เป็นประจำทุกวัน โดยเลือกผลไม้ที่ไม่หวานจนเกินไป วิธีนี้ช่วย เพิ่มแคลอรีอีกทางหนึ่ง ออก กำลังกายด้วยการยกน้ำหนัก เพราะช่วยสร้างกล้ามเนื้อ แต่ไม่แนะนำให้ออกกำลัง กายแบบแอโรบิก เพราะวิธีนี้เหมาะกับการลดน้ำหนักมากกว่า สาวๆ คนไหนอยากมีน้ำมีนวล ดูสุขภาพดีขึ้น ขอชวนมาอัพด้วยกันค่ะ ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก http://www.cheewajit.com<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=parsleyblog.wordpress.com&amp;blog=5816391&amp;post=7&amp;subd=parsleyblog&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ที่ผ่านมาเขียนแนะนำแต่เรื่องกินอาหารควบคุมน้ำหนักอย่างไร ไม่ให้อ้วน แต่วันนี้ขอเอาใจสาวๆผอมเพรียวน้ำหนักน้อยนิด(อย่างเรา) ที่อยากดูดี มีน้ำมีนวลขึ้นกว่าเดิม มาดูกันซิว่ามีวิธีไหนที่จะทำให้มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างดูมีสุขภาพดีกัน บ้าง <span id="more-7"></span></p>
<p>แบ่งมื้ออาหารให้ถี่ขึ้น แทนที่จะกินอาหาร 3 มื้อหลัก ให้แบ่งเป็น 5 -6 มื้อต่อวัน <a href="http://parsleyblog.files.wordpress.com/2008/12/01_10.jpg"><img class="size-full wp-image-8 alignright" title="01_10" src="http://parsleyblog.files.wordpress.com/2008/12/01_10.jpg?w=175&#038;h=175" alt="01_10" width="175" height="175" /></a></p>
<ul type="disc">
<li class="MsoNormal">เลือกกินคาร์โบไฮเดรตคุณภาพมากขึ้น เช่น ข้าวกล้อง ธัญพืชต่างๆ</li>
<li class="MsoNormal">ขนมปังโฮลวีต หรือคาร์โบไฮเดรตจากผัก ผลไม้ อย่างข้าวโพด เผือก หรือมันอบ</li>
<li class="MsoNormal">เน้นโปรตีนจากเนื้อปลามากขึ้น โดยเฉพาะปลานึ่ง</li>
<li class="MsoNormal">ระหว่างมื้อให้วางของขบเคี้ยวไว้ใกล้มือ เช่น มิกซนัท ผลไม้แห้ง อย่างลูกเกด ถั่วหรือ ธัญพืชอบต่างๆ</li>
<li class="MsoNormal">ดื่มน้ำผลไม้ ดื่มน้ำผลไม้เป็นประจำทุกวัน โดยเลือกผลไม้ที่ไม่หวานจนเกินไป วิธีนี้ช่วย เพิ่มแคลอรีอีกทางหนึ่ง</li>
<li class="MsoNormal">ออก กำลังกายด้วยการยกน้ำหนัก เพราะช่วยสร้างกล้ามเนื้อ แต่ไม่แนะนำให้ออกกำลัง กายแบบแอโรบิก เพราะวิธีนี้เหมาะกับการลดน้ำหนักมากกว่า</li>
</ul>
<p>สาวๆ คนไหนอยากมีน้ำมีนวล ดูสุขภาพดีขึ้น ขอชวนมาอัพด้วยกันค่ะ</p>
<p>ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก</p>
<p><a href="http://www.cheewajit.com/">http://www.cheewajit.com</a></p><br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/parsleyblog.wordpress.com/7/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/parsleyblog.wordpress.com/7/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/parsleyblog.wordpress.com/7/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/parsleyblog.wordpress.com/7/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/parsleyblog.wordpress.com/7/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/parsleyblog.wordpress.com/7/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/parsleyblog.wordpress.com/7/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/parsleyblog.wordpress.com/7/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/parsleyblog.wordpress.com/7/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/parsleyblog.wordpress.com/7/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/parsleyblog.wordpress.com/7/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/parsleyblog.wordpress.com/7/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/parsleyblog.wordpress.com/7/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/parsleyblog.wordpress.com/7/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=parsleyblog.wordpress.com&amp;blog=5816391&amp;post=7&amp;subd=parsleyblog&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://parsleyblog.wordpress.com/2008/12/11/6-%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/dffef2710390547aafa7533b051581cd?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">parsley</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://parsleyblog.files.wordpress.com/2008/12/01_10.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">01_10</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>กินอาหารดี เพิ่มพลัง Sex</title>
		<link>http://parsleyblog.wordpress.com/2008/12/11/%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b5-%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87-sex/</link>
		<comments>http://parsleyblog.wordpress.com/2008/12/11/%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b5-%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87-sex/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 11 Dec 2008 14:58:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>parsley</dc:creator>
				<category><![CDATA[Health]]></category>
		<category><![CDATA[บำรุงเซ็กซ์]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารบำรุง]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารมีประโยชน์]]></category>
		<category><![CDATA[เพิ่มพลัง]]></category>
		<category><![CDATA[เพิ่มSex]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://parsleyblog.wordpress.com/?p=4</guid>
		<description><![CDATA[การกินอาหารที่ดีถือเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกๆ ของการเสริมสร้างร่างกายให้สมบูรณ์แข็งแรง และในอาหารแต่ละชนิดก็มีสรรพประโ ยชน์ ช่วยไปเ พิ่มสมรรถนะร่างกายใ นแ ต่ละส่วน แ ต่สนใจเ หมือนกันมั๊ยว่า มีอาหารอะไรบ้างน๊า ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพทางเพศ อย่างแรกที่อยากแนะนำคือ “กล้วย” กล้วยนั้นยังมีคุณประโยชน์ ในเรื่องเซ็กส์ มากอย่างไม่น่าเชื่อ ในผลกล้วยอุดมไปด้วยแร่ธาตุ โปแตสเซียม ซึ่งมีส่วนสำคัญในการทำงานของกล้ามเนื้อและระบบประสาท นอกจากนี้แล้วโปแตส เซียม ยังมีส่วนในเรื่องช่วยการทำงานของหัวใจ และความดันโลหิตให้เป็นปกติด้วย และกล้วยยังเป็นที่รวมของวิตามินบี 6 ซึ่งมีส่วนสำคัญในการทำหน้าที่ของสารสื่อประสาทในสมองช่วยให้สมองสั่งการได้ ดีขึ้น กล้วยยังเพิ่มความกระชุ่มกระชวย ช่วยคลายความเหนื่อยล้าจากการทำงาน ความเครียด ในชีวิตประจำวัน ซึ่งจะส่งผลทำให้เรื่องบนเตียงกับคนรักของคุณราบรื่นอีกด้วย ลองรับประทานกล้วยสดแช่เย็นสักผล หรือจะทำเป็นเครื่องดื่มกล้วยปั่นเย็นๆ ซักแก้ว แล้วคุณจะรู้สึกดีขึ้นได้อย่างง่ายๆ เลยทีเดียว แต่ระวังเรื่องนมกับน้ำเชื่อมเพิ่มแคลอรีในมื้อเย็นเพราะจะกลายเป็นอ้วนขึ้น ซะงั้น อาหารที่จะแ นะนำต่อมาคือ “มะเดื่อ” ตามความเชื่อของชาวกรีกโบราณนั้น เชื่อกันว่า มะเดื่อ เป็นอาหารที่เพิ่มสมรรถภาพทางเพศได้อย่างมาก ในมะเดื่อนั้นมีสารไนอะซีนอยู่เป็นจำนวนมาก เจ้าสารไนอะซีนตัวนี้จัดอยู่ในกลุ่มวิตามินบี ไนอะซีนมีสารเคมีสองชนิดคือ กรดนิโคตินามิก และทริปโทแฟน เป็นวิตามินที่เป็นส่วนประกอบของโคเอนไซม์ ที่ทำหน้าที่เป็นแหล่งไฮโดรเจน [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=parsleyblog.wordpress.com&amp;blog=5816391&amp;post=4&amp;subd=parsleyblog&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>การกินอาหารที่ดีถือเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกๆ ของการเสริมสร้างร่างกายให้สมบูรณ์แข็งแรง และในอาหารแต่ละชนิดก็มีสรรพประโ ยชน์ ช่วยไปเ พิ่มสมรรถนะร่างกายใ นแ ต่ละส่วน แ ต่สนใจเ หมือนกันมั๊ยว่า มีอาหารอะไรบ้างน๊า ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพทางเพศ <span id="more-4"></span>อย่างแรกที่อยากแนะนำคือ <span style="font-weight:bold;">“กล้วย”</span> กล้วยนั้นยังมีคุณประโยชน์ ในเรื่องเซ็กส์ มากอย่างไม่น่าเชื่อ ในผลกล้วยอุดมไปด้วยแร่ธาตุ โปแตสเซียม ซึ่งมีส่วนสำคัญในการทำงานของกล้ามเนื้อและระบบประสาท นอกจากนี้แล้วโปแตส เซียม ยังมีส่วนในเรื่องช่วยการทำงานของหัวใจ และความดันโลหิตให้เป็นปกติด้วย และกล้วยยังเป็นที่รวมของวิตามินบี 6 ซึ่งมีส่วนสำคัญในการทำหน้าที่ของสารสื่อประสาทในสมองช่วยให้สมองสั่งการได้ ดีขึ้น</p>
<p>กล้วยยังเพิ่มความกระชุ่มกระชวย ช่วยคลายความเหนื่อยล้าจากการทำงาน ความเครียด ในชีวิตประจำวัน ซึ่งจะส่งผลทำให้เรื่องบนเตียงกับคนรักของคุณราบรื่นอีกด้วย ลองรับประทานกล้วยสดแช่เย็นสักผล หรือจะทำเป็นเครื่องดื่มกล้วยปั่นเย็นๆ ซักแก้ว แล้วคุณจะรู้สึกดีขึ้นได้อย่างง่ายๆ เลยทีเดียว แต่ระวังเรื่องนมกับน้ำเชื่อมเพิ่มแคลอรีในมื้อเย็นเพราะจะกลายเป็นอ้วนขึ้น ซะงั้น</p>
<p>อาหารที่จะแ นะนำต่อมาคือ <span style="font-weight:bold;">“มะเดื่อ”</span> ตามความเชื่อของชาวกรีกโบราณนั้น เชื่อกันว่า <span style="font-weight:bold;">มะเดื่อ </span>เป็นอาหารที่เพิ่มสมรรถภาพทางเพศได้อย่างมาก ในมะเดื่อนั้นมีสารไนอะซีนอยู่เป็นจำนวนมาก เจ้าสารไนอะซีนตัวนี้จัดอยู่ในกลุ่มวิตามินบี</p>
<p>ไนอะซีนมีสารเคมีสองชนิดคือ กรดนิโคตินามิก และทริปโทแฟน เป็นวิตามินที่เป็นส่วนประกอบของโคเอนไซม์ ที่ทำหน้าที่เป็นแหล่งไฮโดรเจน การลดปริมาณโคเลสเตอรอล ซึ่งทำให้ไนอะซีนเป็นสาระสำคัญ ในการช่วยในเรื่องระบบการไหลเวียนโลหิตในร่างกาย อีกอย่างนึงก็คือ “แมกนีเซียม” ซึ่งมีส่วนสำคัญในการสร้างฮอร์โมนต่างๆ และยังช่วยในเรื่องการทำงานของกล้ามเนื้อในส่วนต่างๆ ของร่างกายด้วย</p>
<p>ดังนั้นก็ไม่ต้องกังวล เมื่อถึงเวลากิจกรรมของคุณกับคู่รักอีกแล้ว เพราะไม่ว่าจะเป็นคุณผู้ชายที่ต้องการเลือดไปเลี้ยงเจ้าหนูคู่กาย หรือแม้แต่เมื่ออัตราการหายใจที่ทั้งเร่ง เร็ว และแรง ในขณะที่ปฏิบัติการก็ไม่ต้องกังวลว่าจะเกิดอาการหายใจไม่ทัน หรือหมดแรงสู้กระทันหันอีกต่อไป</p>
<p><span style="font-weight:bold;"> “หน่อไม้ฝรั่ง” </span>มี คุณประโยชน์ในด้านสมรรถภาพทางเพศทำให้มองข้ามไปไม่ได้เลย เพราะในหน่อไม้ฝรั่งมีสารไนอะซีนซึ่งเหมือนกับมะเดื่อ และที่สำคัญโดยเฉพาะสำหรับคุณผู้ชาย คือ สารกลูตาไธโอน ซึ่งปัจจุบันเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหลายชนิดในแง่ทำให้ผิวขาว แต่ในหน่อไม้ฝรั่งนั้น</p>
<p>สารกลูตาไธโอนจะทำหน้าที่ร่วมกับวิตามินซีช่วยให้เสปิร์มตื่น คือทำให้เสปิร์มมีความตื่นตัวมากขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้นในการปฏิบัติการกระทั่งสู่การปฎิสนธิที่นี้คุณผู้ชาย ทั้งหลายหรือแม้แต่คุณภรรยาที่บ้าน ต้องหันมาให้ความสำคัญกับเจ้าผักฝรั่งสัญชาติไทยตัวนี้กันมากขึ้นแล้ว เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่า ความเครียดทั้งจากการทำงานและสภาพแวดล้อมในปัจจุบัน หรือแม้แต่ความร้อนจากการอบลูกอัณฑะอยู่ในกางเกงเป็นเวลานานๆ ล้วน เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ปริมาณและคุณภาพของเสปิร์มลดถอยลงเป็นอย่างมาก</p>
<p><span style="font-weight:bold;"> “ถั่วบราซิล”</span> อันนี้อาจไม่คุ้นเคยซักเท่าไหร่ แต่เจ้าถั่วเม็ดจิ๋วนี้มีความพิเศษอย่างไม่น่าเชื่อเลยทีเดียว เพราะ ในถั่วบราซิลนั้น อุดมไปด้วยสารเซเลเนียม ซึ่งถือกันว่าเป็นแหล่งของเซเลเนียมชั้นยอดเลยทีเดียว สารเซเลเนียมนี้มีส่วนสำคัญที่ช่วยทำให้เสปิร์มของคุณผู้ชายแข็งแรง และว่ายน้ำได้เร็วขึ้น โดยมีรายงานกล่าวอีกว่ายังช่วยเพิ่มจำนวนเสปิร์มให้มากขึ้นได้ด้วย นั่นหมายถึงโอกาสการมีลูกสูงขึ้นนั่นเอง</p>
<p>นอกจากนี้แล้วในถั่วบราซิล ยังมีวิตามินอี ช่วยให้ผิวของเจ้าเสปิร์มแข็งแรง และหลุดรอดจากการทำลายของอนุมูลอิสระภายในร่างกายของเราด้วย อันนี้ก็นับเป็นข่าวดีของคุณผู้ชายทั้งหลาย ที่คิดว่าเริ่มมีปัญหาหรือมีความเสี่ยงที่จะมีเจ้าตัวเสปิร์มน้อย ทางเลือกในการการบำรุงด้วยถั่วบราซิลก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจเลยทีเดียว</p>
<p><span style="font-weight:bold;">“แครอท” </span>ไม่ มีใครไม่รู้จัก ก็อย่างที่รู้ๆ กันก็คือ แครอทมีสารเบต้าแคโรทีนที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ อันเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งแล้ว เจ้าสารเบต้าแคโรทีนนี้ ยังมีส่วนช่วยเรื่องเซ็กส์ด้วย ทั้งชายและหญิง สำหรับผู้ชายนั้นสารเบต้าแคโรทีน มีส่วนช่วยให้ตัวเสปิร์มมีปริมาณมาก และแข็งแรงขึ้น สำหรับผู้หญิง เจ้าสารตัวนี้มีส่วนในการเสริมสร้างฮอร์โมนเพศตัวสำคัญ คือ โปรเจสเตอโรนทำให้สภาพผนังมดลูกมีความเหสมะสมในการฝังตัวของไข่ เห็นสรรพคุณแล้วเรียกได้ว่าได้ประโยชน์หลายสถานจริงๆ แถมกินได้ทุกเพศทุกวัน ไม่จำกัดจำนวน และไม่ต้องห่วงแคลอรีด้วย</p>
<p><span style="font-weight:bold;">“แอปพลิคอท”</span> มีประโยชน์ในการบำรุงสมรรถภาพทางเพศของคุณผู้หญิงอย่างไม่น่า เชื่อเลยทีเดียว แอปพลิคอทมีสารเบต้าแคโรทีนและแมงกานีสสูง ซึ่งสารสองตัวนี้ส่งผลให้ผู้หญิงเพิ่มโอกาสการปฏิสนธิได้สูงขึ้น คือคุณจะมีโอกาสตั้งครรภ์ได้มากขึ้นนั่นเอง เพราะสารทั้งสองตัวนี้มีส่วนสำคัญในการสร้างฮอร์โมนที่จำเป็นสำหรับร่างกาย ทำให้ร่างกายพร้อมรับการตั้งครรภ์ได้ดีขึ้น ถ้าร่างกายขาดแมงกานีส หรือได้รับไม่เพียงพออาจจะทำให้การทำงานของระบบสืบพันธุ์ผิดปกติได้ ทั้งยังก่อให้เกิดประจำเดือนมาไปเป็นปกติอีกด้วย</p>
<p><span style="font-weight:bold;">“หอยนางรม”</span> แ น่นอนว่าเป็นอาหารที่เกี่ยวข้องกับสมรรถภาพทางเพศเพราะมีแร่ธาตุสังกะสีสูง นั่นเอง ซึ่งสังกะสีช่วยทำให้สเปิร์มเคลื่อนไหวได้เร็วขึ้น เท่ากับช่วยเพิ่มโอกาสการมีลูกนั่นเอง นอกจากนี้สังกะสียังช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดต่อมลูกหมากบวมอักเสบ ซึ่งถ้าเกิดกับชายใดก็จะอาจมีผลกระทบต่อสมรรถภาพเพศได้เช่นกัน แต่ หอยนางรม ก็มีโคเลสเตอรอลสูงด้วยเช่นกัน ซึ่งก็คือสาเหตุที่ก่อให้เกิดไขมันอุดตันในหลอดเลือดและหัวใจได้ ก็ระวังอย่ากินมากเกินไป เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน</p>
<p><span style="font-weight:bold;">ตรงนี้สำคัญ</span> เ พราะจากการศึกษาในต่างประเทศพบว่าในหอยนางรมดิบนั้นอาจมีเชื้อโรค <span style="font-weight:bold;">Vibrio Vulnificus </span>ซึ่ง มีอยู่ในแหล่งน้ำบางแห่ง ส่วนแหล่งน้ำในประเทศไทยนั้นยังไม่มีรายงานแน่นอนว่ามีการระบาดของเชื้อชนิด นี้หรือไม่ แ ต่ก็ต้องระวังด้วยนะ ไม่งั้นมีหวังได้เข้าโรงพยาบาลแน่ๆ</p>
<p>สุดท้าย <span style="font-weight:bold;">“ปลาทะเล” </span>เป็น อาหารที่มีประโยชน์มาก เพราะเป็นแหล่งโปรตีนและไขมันชั้นดีคือกรดโอเมกา 3 ซึ่งนอกจากจะช่วยบำรุงสมองแล้ว ที่สำคัญยังมีส่วนช่วยในเรื่องสมรรถภาพทางเพศได้ด้วย กรดโอเมกา 3 ในปลาทะเลเป็นสารอีกชนิดหนึ่งที่สร้างสารคล้ายฮอร์โมนชื่อ พลอสตาแกลนดิน ซึ่งมีความสำคัญต่อระบบประสาทในด้านการตอบสนองทางเพศ และเคยใช้เป็นสารที่ใช้ฉีดเฉพาะที่ในชายที่เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ช่วยให้ผนังเส้นเลือดคลายตัว ทำให้เลือดไปเลี้ยงอวัยวะเพศได้ดีขึ้น</p>
<p>แต่ทั้งนี้นอกจากจะกินอาหารดีมีประโยชน์แล้ว ก็ควรออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย จะได้มีทั้งสุขภาพจิตที่ดี บวกกับ มีสมรรถภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงไปพร้อมๆกัน</p>
<div class="field field-type-text field-field-source">
<div class="field-items">
<div class="field-item odd">
<div class="field-label-inline-first">แหล่งที่มา:</div>
<p><a href="http://www.healthtoday.net/Thailand/sexual/sexual_70.html" rel="nofollow">http://www.healthtoday.net/Thailand/sexual/sexual_70.html</a></p></div>
</div>
</div><br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/parsleyblog.wordpress.com/4/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/parsleyblog.wordpress.com/4/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/parsleyblog.wordpress.com/4/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/parsleyblog.wordpress.com/4/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/parsleyblog.wordpress.com/4/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/parsleyblog.wordpress.com/4/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/parsleyblog.wordpress.com/4/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/parsleyblog.wordpress.com/4/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/parsleyblog.wordpress.com/4/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/parsleyblog.wordpress.com/4/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/parsleyblog.wordpress.com/4/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/parsleyblog.wordpress.com/4/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/parsleyblog.wordpress.com/4/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/parsleyblog.wordpress.com/4/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=parsleyblog.wordpress.com&amp;blog=5816391&amp;post=4&amp;subd=parsleyblog&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://parsleyblog.wordpress.com/2008/12/11/%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b5-%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87-sex/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/dffef2710390547aafa7533b051581cd?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">parsley</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>Burn-Out Syndrome ภัยเงียบของคนทำงาน(2)การรักษา</title>
		<link>http://parsleyblog.wordpress.com/2008/12/10/burn-out-syndrome-%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%992%e0%b8%81/</link>
		<comments>http://parsleyblog.wordpress.com/2008/12/10/burn-out-syndrome-%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%992%e0%b8%81/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 10 Dec 2008 19:24:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>parsley</dc:creator>
				<category><![CDATA[Health]]></category>
		<category><![CDATA[โรคทำงานหนัก]]></category>
		<category><![CDATA[โรคสำหรับคนทำงาน]]></category>
		<category><![CDATA[Burn-Out Syndrome]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://parsleyblog.wordpress.com/2008/12/10/burn-out-syndrome-%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%992%e0%b8%81/</guid>
		<description><![CDATA[มาต่อกันด้วยเรื่องของการรักษาอาการ Burn-Out ของตัวเองว่าควรทำอย่างไรกันดี ข้อแนะนำก็คือ การออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง เช่น จ๊อกกิ้งหรือขี่จักรยาน หรืออกกำลังกายกับหมู่คน เช่น เล่นวอลเลย์บอลและเทคนิคการผ่อนคลายอื่นๆ หรือการผ่อนคลายกล้ามเนื้อ เช่น โยคะ ให้ความสมดุลกับจิตใจ เช่น ตรึกตรองว่าฉันได้พลังมาจากไหนแล้วฉันจะใช้พลังเพื่ออะไรบ้าง คุณภาพชีวิตของฉันเป็นอย่างไร ระหว่าง 0 (แย่มาก) และ10 (ดีมาก) ปัจจัยใดที่ก่อให้เกิดความเครียดแล้ว ฉันจะหลีกเลี่ยงความเครียดได้อย่างไร ฉันใช้จ่ายเงินอย่างไร จุดมุ่งหมายก็คือการมีความสุขในชีวิตมากขึ้น เราควรใส่ใจกับร่างกายและจิตใจของตัวเอง แล้วจำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือจากจิตแพทย์หรือไม่ จริงๆแล้วไม่จำเป็นก็ได้ แต่การได้พูดคุยกับจิตแพทย์ก็จะช่วยทำให้มองเห็นการแก้ปัญหาของตัวองได้ การเปลี่ยนแปลงทุกอย่างเริ่มที่สมอง สิ่งสำคัญก็คืออย่าให้ขาดอารมณ์ขัน พึงระลึกไว้เสมอว่า ไม่มีความหวังกับอดีต แต่มีความหวังกับอนาคตเท่านั้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น โดยส่วนตัวคิดว่าคนเราทุกคนควรหาความสุขให้กับตัวเองบ้าง เพื่อเป็นการ Relax หลังการทำงานกันนะคะ ขอบคุณที่มา นิตยสาร Lisa Weekly ฉบับวันที่ 2 เมษายน 2551<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=parsleyblog.wordpress.com&amp;blog=5816391&amp;post=37&amp;subd=parsleyblog&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://4.bp.blogspot.com/_oK1WXr_MPpk/SUAYItFnFwI/AAAAAAAAAEg/ZmTPlEHrl-Q/s1600-h/burn2.jpg"><img style="float:left;cursor:pointer;width:320px;height:198px;margin:0 10px 10px 0;" src="http://4.bp.blogspot.com/_oK1WXr_MPpk/SUAYItFnFwI/AAAAAAAAAEg/ZmTPlEHrl-Q/s320/burn2.jpg" border="0" alt="" /></a><br />
<strong>มาต่อกันด้วยเรื่องของการรักษาอาการ Burn-Out ของตัวเองว่าควรทำอย่างไรกันดี</strong></p>
<p>ข้อแนะนำก็คือ การออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง เช่น จ๊อกกิ้งหรือขี่จักรยาน หรืออกกำลังกายกับหมู่คน เช่น เล่นวอลเลย์บอลและเทคนิคการผ่อนคลายอื่นๆ หรือการผ่อนคลายกล้ามเนื้อ เช่น โยคะ</p>
<p>ให้ความสมดุลกับจิตใจ เช่น ตรึกตรองว่าฉันได้พลังมาจากไหนแล้วฉันจะใช้พลังเพื่ออะไรบ้าง คุณภาพชีวิตของฉันเป็นอย่างไร ระหว่าง 0 (แย่มาก) และ10 (ดีมาก) ปัจจัยใดที่ก่อให้เกิดความเครียดแล้ว ฉันจะหลีกเลี่ยงความเครียดได้อย่างไร ฉันใช้จ่ายเงินอย่างไร จุดมุ่งหมายก็คือการมีความสุขในชีวิตมากขึ้น เราควรใส่ใจกับร่างกายและจิตใจของตัวเอง<span id="more-37"></span></p>
<p><strong>แล้วจำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือจากจิตแพทย์หรือไม่</strong></p>
<p>จริงๆแล้วไม่จำเป็นก็ได้ แต่การได้พูดคุยกับจิตแพทย์ก็จะช่วยทำให้มองเห็นการแก้ปัญหาของตัวองได้ การเปลี่ยนแปลงทุกอย่างเริ่มที่สมอง สิ่งสำคัญก็คืออย่าให้ขาดอารมณ์ขัน พึงระลึกไว้เสมอว่า ไม่มีความหวังกับอดีต แต่มีความหวังกับอนาคตเท่านั้น</p>
<p>แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น โดยส่วนตัวคิดว่าคนเราทุกคนควรหาความสุขให้กับตัวเองบ้าง เพื่อเป็นการ Relax หลังการทำงานกันนะคะ</p>
<p>ขอบคุณ<strong>ที่มา นิตยสาร Lisa Weekly ฉบับวันที่ 2 เมษายน 2551</strong></p><br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/parsleyblog.wordpress.com/37/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/parsleyblog.wordpress.com/37/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/parsleyblog.wordpress.com/37/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/parsleyblog.wordpress.com/37/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/parsleyblog.wordpress.com/37/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/parsleyblog.wordpress.com/37/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/parsleyblog.wordpress.com/37/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/parsleyblog.wordpress.com/37/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/parsleyblog.wordpress.com/37/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/parsleyblog.wordpress.com/37/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/parsleyblog.wordpress.com/37/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/parsleyblog.wordpress.com/37/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/parsleyblog.wordpress.com/37/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/parsleyblog.wordpress.com/37/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=parsleyblog.wordpress.com&amp;blog=5816391&amp;post=37&amp;subd=parsleyblog&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://parsleyblog.wordpress.com/2008/12/10/burn-out-syndrome-%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%992%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/dffef2710390547aafa7533b051581cd?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">parsley</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://4.bp.blogspot.com/_oK1WXr_MPpk/SUAYItFnFwI/AAAAAAAAAEg/ZmTPlEHrl-Q/s320/burn2.jpg" medium="image" />
	</item>
		<item>
		<title>Burn-Out Syndrome ภัยเงียบของคนทำงาน(1)</title>
		<link>http://parsleyblog.wordpress.com/2008/12/10/burn-out-syndrome-%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%991/</link>
		<comments>http://parsleyblog.wordpress.com/2008/12/10/burn-out-syndrome-%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%991/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 10 Dec 2008 19:20:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>parsley</dc:creator>
				<category><![CDATA[Health]]></category>
		<category><![CDATA[โรคทำงานหนัก]]></category>
		<category><![CDATA[โรคสำหรับคนทำงาน]]></category>
		<category><![CDATA[Burn-Out Syndrome]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://parsleyblog.wordpress.com/2008/12/10/burn-out-syndrome-%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%991/</guid>
		<description><![CDATA[ใครที่มักมีอาการ เหนื่อย ล้า เพลียทั้งกายและใจเหมือนแบตเตอรี่หมด เพราะทำงานหามรุ่งหามค่ำแทบไม่ได้สนุกสนานกับชีวิต นี่คืออาการของคนที่ทำงานโอเว่อร์ แล้ว Burn-Out หมายถึงอะไร หมายถึงการทำงาน หนักเกินไป และไม่ได้สัดส่วนกับการพักผ่อนจนเกิดอาการ เช่น สมองไม่แล่น ความจำไม่ดี อ่อนเปลี้ยเพลียแรง นอนไม่หลับเหมือนเครื่องยนต์ที่วิ่งไม่หยุด จนทำให้เครื่องร้อนจนหม้อน้ำเดือด คือถ้าเป็นคนก็หมายถึงหมดไฟ ทำงานจนหมดพลัง ไม่มีประจุเก็บไว้ใช้งานอีก นัก จิตวิทยาชาวอเมริกัน เฮอร์เบิร์ตเจ ฟรอยเดนเบอร์เกอร์ ได้นำชื่อ Burn-Out มาใช้ในการรักษาทางจิตเวชเมื่อปี 1974 ซึ่งก็คือโรคทางจิตชนิดหนึ่ง ซึ่งมักเกิดกับคนที่ตั้งความหวังไว้สูงเกี่ยวกับตัวเองและต้องการความเพอร์ เฟ็กตื จนก่อให้เกิดปฏิกิริยาทางร่างกายและจิตใจ เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเราเริ่มเป็น Burn-Out แล้วนะ อันดับแรกเลยเราจะเริ่มรู้สึกว่าการทำงานไม่เหมือนเดิม สมาธิในการทำงานและความตั้งใจในการทำงานต่างๆ ลดลง มีอาการข้างเคียงอื่นๆ เช่นความจำไม่ดี นอนไม่ค่อยหลับ ซึ่งต้องมีสาเหตุมาจากการทำงานที่โอเว่อร์เกินไป ไม่ได้หมายถึงสาเหตุอื่นๆ สัญญาณเริ่มแรกของโรค Burn-Out เป็นอย่างไร รู้สึกเบื่องาน นอนไม่หลับ เครียดไม่มีความสุข ไม่สนุกกับงาน คือต้องแยกจากโรคซึมเศร้าและโรคเครียดซึ่งมีอาการคล้ายๆ กัน แต่มีสาเหตุที่แตกต่างกัน อย่างโรคเครียดก็ต้องมีสาเหตุที่ชัดเจน [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=parsleyblog.wordpress.com&amp;blog=5816391&amp;post=36&amp;subd=parsleyblog&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://3.bp.blogspot.com/_oK1WXr_MPpk/SUAXZaTvctI/AAAAAAAAAEY/U_jP324Qht8/s1600-h/burn.jpg"><img style="float:left;cursor:pointer;width:160px;height:139px;margin:0 10px 10px 0;" src="http://3.bp.blogspot.com/_oK1WXr_MPpk/SUAXZaTvctI/AAAAAAAAAEY/U_jP324Qht8/s320/burn.jpg" border="0" alt="" /></a><br />
<strong>ใครที่มักมีอาการ เหนื่อย ล้า เพลียทั้งกายและใจเหมือนแบตเตอรี่หมด เพราะทำงานหามรุ่งหามค่ำแทบไม่ได้สนุกสนานกับชีวิต นี่คืออาการของคนที่ทำงานโอเว่อร์ </strong></p>
<p><strong>แล้ว Burn-Out หมายถึงอะไร </strong></p>
<p>หมายถึงการทำงาน หนักเกินไป และไม่ได้สัดส่วนกับการพักผ่อนจนเกิดอาการ เช่น สมองไม่แล่น ความจำไม่ดี อ่อนเปลี้ยเพลียแรง นอนไม่หลับเหมือนเครื่องยนต์ที่วิ่งไม่หยุด จนทำให้เครื่องร้อนจนหม้อน้ำเดือด คือถ้าเป็นคนก็หมายถึงหมดไฟ ทำงานจนหมดพลัง ไม่มีประจุเก็บไว้ใช้งานอีก นัก จิตวิทยาชาวอเมริกัน เฮอร์เบิร์ตเจ ฟรอยเดนเบอร์เกอร์ ได้นำชื่อ Burn-Out มาใช้ในการรักษาทางจิตเวชเมื่อปี 1974 ซึ่งก็คือโรคทางจิตชนิดหนึ่ง ซึ่งมักเกิดกับคนที่ตั้งความหวังไว้สูงเกี่ยวกับตัวเองและต้องการความเพอร์ เฟ็กตื จนก่อให้เกิดปฏิกิริยาทางร่างกายและจิตใจ</p>
<p><strong>เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเราเริ่มเป็น Burn-Out แล้วนะ<span id="more-36"></span></strong></p>
<p>อันดับแรกเลยเราจะเริ่มรู้สึกว่าการทำงานไม่เหมือนเดิม สมาธิในการทำงานและความตั้งใจในการทำงานต่างๆ ลดลง มีอาการข้างเคียงอื่นๆ เช่นความจำไม่ดี นอนไม่ค่อยหลับ ซึ่งต้องมีสาเหตุมาจากการทำงานที่โอเว่อร์เกินไป ไม่ได้หมายถึงสาเหตุอื่นๆ</p>
<p><strong>สัญญาณเริ่มแรกของโรค Burn-Out เป็นอย่างไร</strong></p>
<p>รู้สึกเบื่องาน นอนไม่หลับ เครียดไม่มีความสุข ไม่สนุกกับงาน คือต้องแยกจากโรคซึมเศร้าและโรคเครียดซึ่งมีอาการคล้ายๆ กัน แต่มีสาเหตุที่แตกต่างกัน อย่างโรคเครียดก็ต้องมีสาเหตุที่ชัดเจน เช่น เครียดจากเศรษฐกิจ เครียดเรื่องลูก กลัวภรรยาหรือสามีไม่ได้ดังใจ หรือภรรยากลัวสามีไปมีผู้หญิงอื่น หรือผู้ชายอาจหึงหวงภรรยาสาวสวย ลูกเรียนไม่ดีก็ทำให้พ่อแม่กลุ้มใจ</p>
<p>ส่วนอาการซึมเศร้าก็จะมีสาเหตุที่ทำให้เศร้า เช่น การสูญเสียไม่ว่าจะเป็นเรื่องทรัพย์สินเงินทอง หน้าที่การงาน ตำแหน่ง ฯลฯ อีกส่วนหนึ่งของโรคซึมเศร้าก็เกิดจากสารเคมีในสมองผลิตน้อยเกินไป หรือจากกรรมพันธุ์ พอถึงเวลาเป็นก็จะเป็นขึ้นมา ส่วนโรค Burn-Out จะเกี่ยวกับการทำงานโอเว่อร์เกินไป ใช้เวลาทำงานเยอะเกินไป คือมีทั้งด้านร่างกายและจิตใจ</p>
<p><strong>ทำไมจึงเกิดอาการ Burn-Out ได้</strong></p>
<p>เมื่อคนเราทำงานมากกว่าสัดส่วนนี้ได้ คือเราควรทำงานแล้วก็พัก เช่น เวลาทำงานหนึ่งชั่วโมง เราก็ควรใช้สมอง 45 นาที แล้วก็พัก 10-15 นาที สมองก็จะได้พัก ได้ขจัดเมตาบอลิซึ่ม ของเสียต่างๆ ออกไป หมุมเวียนเอาวัตถุดิบเข้ามาใหม่ ควรหมุมเวียนเช่นนี้ทุกๆ ชั่วโมง การงานก็เหมือนกันทั่วโลก เค้าทำงานกัน 5 วัน พัก 2 วัน ในสัปดาห์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ถูกต้อง แต่ถ้า Burn-Out นี่มันไม่ได้สัดส่วนที่ควรเป็นตามที่ธรรมชาติต้องการ คือทำงานมากเกินไปจนไม่มีเวลาหยุดพัก หรือหยุดพักไม่เพียงพอก็จะหมดเรี่ยวแรงหมดพลัง</p>
<p>เค้าบอกว่า  คนไทยมักมีอาการ Burn-Out โดยไม่รู้ตัว เพราะคนไข้ที่มาพบจิตแพทย์ส่วนใหญ่มักเลยเถิดไปถึงโรคซึมเศร้า และ<strong>ผู้หญิง ไทยก็น่าจะเสี่ยงกับการเป็น Burn-Out Syndrome เพราะต้องทำงานทั้งในบ้านและนอกบ้าน ยิ่งในสภาวะปัจจุบันที่ผู้หญิงต้องแบกรับภาระไว้มากมาย มันก็อาจส่งผลให้ผู้หยิงเราเครียดและเกิดอาการ Burn-Out ได้ โดยที่ไม่รู้ตัวก็ได้ </strong></p>
<p>เราลองมา Check up ตัวเองกันดีมั๊ยว่า เรามีอาการอย่างที่ว่านี้ รึป่าว แล้วจะเขียนบอกถึงวิธีรักษาอาการ Burn-Out ให้ได้รู้กันค่ะ</p>
<p>ขอบคุณ<strong>ที่มา นิตยสาร Lisa Weekly ฉบับวันที่ 2 เมษายน 2551</strong></p><br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/parsleyblog.wordpress.com/36/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/parsleyblog.wordpress.com/36/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/parsleyblog.wordpress.com/36/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/parsleyblog.wordpress.com/36/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/parsleyblog.wordpress.com/36/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/parsleyblog.wordpress.com/36/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/parsleyblog.wordpress.com/36/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/parsleyblog.wordpress.com/36/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/parsleyblog.wordpress.com/36/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/parsleyblog.wordpress.com/36/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/parsleyblog.wordpress.com/36/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/parsleyblog.wordpress.com/36/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/parsleyblog.wordpress.com/36/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/parsleyblog.wordpress.com/36/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=parsleyblog.wordpress.com&amp;blog=5816391&amp;post=36&amp;subd=parsleyblog&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://parsleyblog.wordpress.com/2008/12/10/burn-out-syndrome-%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%991/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/dffef2710390547aafa7533b051581cd?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">parsley</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://3.bp.blogspot.com/_oK1WXr_MPpk/SUAXZaTvctI/AAAAAAAAAEY/U_jP324Qht8/s320/burn.jpg" medium="image" />
	</item>
		<item>
		<title>กินอย่างไรให้น้ำหนักลด?</title>
		<link>http://parsleyblog.wordpress.com/2008/12/10/%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%94/</link>
		<comments>http://parsleyblog.wordpress.com/2008/12/10/%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%94/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 10 Dec 2008 19:18:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>parsley</dc:creator>
				<category><![CDATA[Health]]></category>
		<category><![CDATA[ลดความอ้วน]]></category>
		<category><![CDATA[ลดน้ำหนัก]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพดี]]></category>
		<category><![CDATA[Diet]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://parsleyblog.wordpress.com/2008/12/10/%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%94/</guid>
		<description><![CDATA[สาวๆ ที่มักมีความรู้สึกว่า เอ๊ะ! นี่ขนาดชั้นกินน้อยแล้วนะเนี่ย แต่ทำมั๊ย ทำมัย ชั้นยังอ้วนอีกนะ ก็ลองดูในตาราง กันซิคะ ว่าอาหารแต่ละชนิด ที่เรากินเข้าไป มันมีพลังงานกี่แคลอรี่ แล้วก็หันมาเปลี่ยนพฤติกรรมการกินกันมั๊ยค่ะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็อยู่ที่ตัวของเราเองนะคะ ว่าจะสามารถควบคุมจิตใจได้มากน้อยแค่ไหน แรกๆเราอาจจะไม่สามารถทำได้ครบหมด แต่ก็ค่อยๆเป็น ค่อยๆ ไป ต้องใช้ความอดทนมากหน่อยค่ะ มื้อไหนเผลอกินเข้าไปมาก มื้อต่อไปก็ต้องลดลง เพื่อให้เกิดความสมดุลของพลังงานในร่างกายค่ะ ..มาเริ่มทำกันเลย!!!!! เริ่มจาก 1. กินอาหารให้ครบทั้ง 3 มื้อ และเป็นเวลา ควรงดอาหารว่างระหว่างมื้อ ถ้าหิวให้ดื่มเครื่องดื่มที่ไม่ให้พลังงาน เช่น น้ำเปล่า น้ำสมุนไพร เช่น น้ำตะไคร้ น้ำใบเตย (ไม่ต้องเติมน้ำตาล) จะลดความรู้สึกหิวลงได้ 2. ห้ามงดอาหารมื้อใดมื้อหนึ่ง เพราะจะทำให้กินมากขึ้นในมื้อต่อไป 3. ปริมาณอาหารควรจัดให้สมดุลตลอดวัน ทั้งมื้อเช้า กลางวัน และเย็น โดยเฉพาะควรหลีกเลี่ยงการกินอาหารหลัง 6 โมงเย็น หรือช่วงกลางคืน 4. ควรงดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=parsleyblog.wordpress.com&amp;blog=5816391&amp;post=35&amp;subd=parsleyblog&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://1.bp.blogspot.com/_oK1WXr_MPpk/SUAWIyvT7CI/AAAAAAAAAEQ/FhJUq1PcqH8/s1600-h/Diet3.jpg"><img style="display:block;text-align:center;cursor:pointer;width:320px;height:198px;margin:0 auto 10px;" src="http://1.bp.blogspot.com/_oK1WXr_MPpk/SUAWIyvT7CI/AAAAAAAAAEQ/FhJUq1PcqH8/s320/Diet3.jpg" border="0" alt="" /></a><strong>สาวๆ ที่มักมีความรู้สึกว่า เอ๊ะ! นี่ขนาดชั้นกินน้อยแล้วนะเนี่ย แต่ทำมั๊ย ทำมัย ชั้นยังอ้วนอีกนะ  ก็ลองดูในตาราง กันซิคะ ว่าอาหารแต่ละชนิด ที่เรากินเข้าไป มันมีพลังงานกี่แคลอรี่ แล้วก็หันมาเปลี่ยนพฤติกรรมการกินกันมั๊ยค่ะ</strong></p>
<p>แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็อยู่ที่ตัวของเราเองนะคะ ว่าจะสามารถควบคุมจิตใจได้มากน้อยแค่ไหน แรกๆเราอาจจะไม่สามารถทำได้ครบหมด แต่ก็ค่อยๆเป็น ค่อยๆ ไป  ต้องใช้ความอดทนมากหน่อยค่ะ  มื้อไหนเผลอกินเข้าไปมาก มื้อต่อไปก็ต้องลดลง เพื่อให้เกิดความสมดุลของพลังงานในร่างกายค่ะ ..มาเริ่มทำกันเลย!!!!! <span id="more-35"></span></p>
<p><strong>เริ่มจาก</strong></p>
<ul>
<li>1. กินอาหารให้ครบทั้ง 3 มื้อ และเป็นเวลา ควรงดอาหารว่างระหว่างมื้อ ถ้าหิวให้ดื่มเครื่องดื่มที่ไม่ให้พลังงาน เช่น น้ำเปล่า น้ำสมุนไพร เช่น น้ำตะไคร้ น้ำใบเตย (ไม่ต้องเติมน้ำตาล) จะลดความรู้สึกหิวลงได้</li>
<li>2. ห้ามงดอาหารมื้อใดมื้อหนึ่ง เพราะจะทำให้กินมากขึ้นในมื้อต่อไป</li>
<li>3. ปริมาณอาหารควรจัดให้สมดุลตลอดวัน ทั้งมื้อเช้า กลางวัน และเย็น โดยเฉพาะควรหลีกเลี่ยงการกินอาหารหลัง 6 โมงเย็น หรือช่วงกลางคืน</li>
<li>4. ควรงดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เพราะแอลกอฮอล์ก็ให้พลังงานไม่น้อยเลยทีเดียว คือ 1 กรัมให้พลังงาน 7 แคลอรี่ และแอลกอฮอล์กระตุ้นให้เกิดความอยากอาหาร แอลกอฮอล์ยังให้พลังงานเพียงอย่างเดียวโดยไม่ให้สารอาหารอื่นที่มีประโยชน์ ต่อร่างกายเลย</li>
<li>5. ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตนเองในการดื่มเครื่องดื่มโดยไม่ต้องเติมน้ำตาลหรือ สารให้ความหวาน เนื่องจากน้ำตาลกระตุ้นให้เกิดการรับประทานมาก เช่นเดียวกับสารที่ให้รสหวาน</li>
<li>6. ไม่ควรรีบกินอาหาร ควรเคี้ยวช้าๆ การกินเร็วจะทำให้กินอาหารมากเกินอัตรา</li>
<li>7. ควรคำนึงอยู่เสมอว่า การกินทุกครั้งไม่ใช่เพราะความอยากอาหาร แต่กินเพราะร่างกายจำเป็นต้องใช้พลังงานและสารอาหารในการดำรงชีวิต อันก่อให้เกิดสุขภาพดี</li>
</ul>
<p>สำคัญที่สุดต้องออกกำลังกายค่ะ ร่างกายจะได้เผาผลาญพลังงานที่ได้รับให้หมดไปในแต่ละวัน&#8230; ไม่ถูกสะสมไว้จน กลายเป็นไขมัน บ่อเกิดของความอ้วนกันนะคะ</p>
<div class="field field-type-text field-field-source">
<div class="field-items">
<div class="field-item odd">
<div class="field-label-inline-first">แหล่งที่มา:</div>
<p><a href="http://women.impaqmsn.com/articles/679/79001904.html" rel="nofollow">http://women.impaqmsn.com/articles/679/79001904.html</a></p></div>
</div>
</div><br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/parsleyblog.wordpress.com/35/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/parsleyblog.wordpress.com/35/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/parsleyblog.wordpress.com/35/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/parsleyblog.wordpress.com/35/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/parsleyblog.wordpress.com/35/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/parsleyblog.wordpress.com/35/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/parsleyblog.wordpress.com/35/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/parsleyblog.wordpress.com/35/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/parsleyblog.wordpress.com/35/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/parsleyblog.wordpress.com/35/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/parsleyblog.wordpress.com/35/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/parsleyblog.wordpress.com/35/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/parsleyblog.wordpress.com/35/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/parsleyblog.wordpress.com/35/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=parsleyblog.wordpress.com&amp;blog=5816391&amp;post=35&amp;subd=parsleyblog&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://parsleyblog.wordpress.com/2008/12/10/%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%94/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/dffef2710390547aafa7533b051581cd?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">parsley</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://1.bp.blogspot.com/_oK1WXr_MPpk/SUAWIyvT7CI/AAAAAAAAAEQ/FhJUq1PcqH8/s320/Diet3.jpg" medium="image" />
	</item>
	</channel>
</rss>
